เขาลังเลจนสายไป
ไม่มีอะไรให้เลือกอีกแล้ว
เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากลังเล
ลังเลจนเวลาผ่านไป
ลังเลจนสิ่งที่กำลังรออยู่ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
และตอนที่เขาพร้อมจะตัดสินใจ
ก็ไม่มีอะไรให้ตัดสินใจอีกแล้ว
การลังเลไม่ใช่แค่ความรู้สึกธรรมดา แต่เป็นดาบสองคมที่สามารถนำพาเราไปสู่ความเสียใจและโอกาสที่หายไปได้จริงๆ หลายครั้งที่ผมเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเนื้อหานี้ คือผมเฝ้ารอและคิดมากเกินไปจนไม่กล้าที่จะตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม ผลลัพธ์คือสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำได้ผ่านเลยไปแล้ว และไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีก การตัดสินใจที่ช้าหรือการลังเลทำให้โอกาสดีๆ หลายอย่างหายไป บางครั้งก็เป็นเรื่องงาน หรือความสัมพันธ์ที่สำคัญที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราได้ ผมเรียนรู้ว่าการเก็บความลังเลไว้และรอเวลาที่สมบูรณ์แบบนั้นแทบจะไม่มีจริง สิ่งที่สำคัญคือการรวบรวมข้อมูลในเวลาที่เหมาะสมและตัดสินใจอย่างมั่นใจ เพราะเวลาที่ผ่านไป ไม่ได้กลับมาอีกเลย ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากแนะนำให้ทุกคนลองฝึกฝนการตัดสินใจอย่างรวดเร็วเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่สำคัญ แม้จะมีความกลัวหรือความไม่แน่นอน เทคนิคง่ายๆ คือการตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ถ้าไม่ตัดสินใจตอนนี้แล้วจะเสียอะไรไป" การมองภาพผลเสียที่จะเกิดขึ้นช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเราพัฒนาทักษะนี้ ชีวิตจะดีขึ้น เพราะเราจะไม่ต้องเจ็บปวดหรือเสียใจเพราะโอกาสที่หลุดลอยไปอีก และเราจะสามารถควบคุมชีวิตได้มากขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาและความลังเลมากำหนดอนาคตของเราเอง
