💫อะไรคือเงินเฟ้อ รู้ก่อนเตรียมตัวก่อน
เงินเฟ้อเกิดจากอะไร มีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่าจะเกิดเงินเฟ้อ❓
เงินเฟ้อ (Inflation) คือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินในกระเป๋าของเรามีมูลค่าลดลงไปเรื่อยๆ
พูดง่าย ๆ คือ เงินจำนวนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง
เช่น ปีที่แล้ว เราเคยทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 30 บาท ปีนี้เราทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 บาท หรือ
ไม่แน่นะ ! อาจจะได้ ทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 100 บาทก็ได้นะ(เปรียบเทียบกับร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปนะ อย่าทะลึ่งไปเปรียบกับในห้างฯละ😁)
แล้วมีสัญญาณอะไรบ้างละที่บ่งบอกว่าจะเกิดเงินเฟ้อ หลักๆ เลยก็จะมี 3 สาเหตุ
1. คนอยากซื้อสินค้า/บริการ มากขึ้น (Demand-Pull Inflation) :คนอยากซื้อเยอะ แต่ของมีน้อย ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดในช่วงที่เศรษฐกิจดี คนมีรายได้เพิ่มขึ้น หรือมีการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ
2.ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (Cost-Push Inflation): มักขึ้นก่อนค่าแรง เช่น ราคาน้ำมันแพงขึ้น, ค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่ม🤔 หรือวัตถุดิบขาดแคลน ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุน
3.คาดว่าเงินจะเฟ้อขึ้น (Built-in Inflation): เมื่อคนในสังคม "เชื่อว่า" ของจะแพงขึ้นแน่ ๆ ลูกจ้างก็จะขอขึ้นเงินเดือน พ่อค้าแม่ค้าก็จะรีบขึ้นราคาล่วงหน้า จนกลายเป็นวงจรที่ผลักดันให้เงินเฟ้อเกิดขึ้นจริง ๆ
แล ้วมีอะไรอีกที่เป็นลางบอกเหตุ
ราคาน้ำมันและพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
ดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI)พุ่งสูงขึ้น
เงินอ่อนค่า
อัตราการวางงานต่ำ(คน มีงานทำ 👉มีเงินเพิ่มขึ้น👉 ใช้จ่ายเยอะขึ้น 👉ราคาสินค้าจึงสูงขึ้น)
ช่วงเศรษฐกิจแบบนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ มาแชร์กันหน่อย☺️
จากประสบการณ์ตรงในการรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ผมพบว่าเมื่อเงินเฟ้อเริ่มสะสมจากสัญญาณต่าง ๆ เช่น ราคาน้ำมันและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น หรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลลัพธ์ให้ราคาสินค้าและบริการทุกประเภทปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตระหนักถึงวงจรที่เกิดจากคาดการณ์เงินเฟ้อ (Built-in Inflation) ที่ทำให้ลูกจ้างและผู้ผลิตรีบปรับราคาหรือขึ้นเงินเดือนล่วงหน้า การรู้จักรับมือกับปัจจัยนี้ช่วยให้ตัดสินใจวางแผนการเงินได้ดีขึ้น เช่น การจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงราคาสินค้าที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต หรือการหาช่องทางลงทุนที่มีโอกาสป้องกันการสูญเสียมูลค่าของเงิน นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายการเงิน การปรับอัตราดอกเบี้ย และการเปลี่ยนแปลงระดับการว่างงานก็เป็นสิ่งที่ช่วยเตือนล่วงหน้าได้ดี เพราะเมื่อมีคนมีงานทำมากขึ้นและรายได้สูงขึ้น จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กระตุ้นเงินเฟ้อ ผมแนะนำให้ทุกคนเริ่มต้นจากการสังเกตตนเองว่าราคาสินค้าและบริการที่ใช้บ่อยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แล้วริเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น เลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดขึ้น หรือใช้บริการที่มีความคุ้มค่ามากขึ้นเพื่อประคับประคองค่าใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจที่มีเงินเฟ้อสูง ในแง่ของการลงทุน การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มรักษามูลค่าได้ดี เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หรือกองทุนรวมก็ช่วยลดผลกระทบจากเงินเฟ้อได้เช่นกัน ท้ายที่สุด การรู้เท่าทันเงินเฟ้อและสัญญาณเตือนต่าง ๆ จะทำให้เรามีเครื่องมือพร้อมรับมือ พร้อมวางแผนให้การเงินของเราไม่สะดุดในยุคที่ค่าของเงินเปลี่ยนแปลงรวดเร็วนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

