หมอแว่น

2/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามเรื่อง “หมอแว่น OD.EYEWEAR” ว่าถ้าอยากวัดสายตาให้ละเอียดควรเตรียมตัวยังไง และเลนส์ Essilor Vision R 800 เหมาะกับใคร เรารวบรวมสิ่งที่เจอตอนเข้าไปใช้บริการจริงให้แบบอ่านแล้วนึกภาพออกเลยค่ะ 1) ไปวัดสายตาควรเตรียมอะไรบ้าง - ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ แนะนำถอดพักตาก่อน (โดยเฉพาะคนตาแห้ง/ใส่นาน ๆ) เพื่อให้ค่าวัดนิ่งขึ้น - เอาแว่นเดิมไปด้วย จะช่วยให้พนักงานเช็ก “กำลังค่าสายตาเดิม” เทียบกับอาการที่เราเล่าได้ง่าย - ลิสต์อาการที่เจอบ่อย ๆ เช่น ปวดตา ปวดหัว มองไกลไม่ชัด มองคอมแล้วล้า ขับรถกลางคืนแย่ จะช่วยให้การแนะนำเลนส์แม่นขึ้น 2) ขั้นตอนวัดสายตาที่เราเจอ (โฟกัสความละเอียด) ที่ร้านจะเน้นคุยก่อนว่าเราใช้สายตาแบบไหน (ทำงานหน้าจอ/ขับรถ/อ่านหนังสือ) แล้วค่อยไล่วัดเป็นขั้น ๆ เพื่อหาค่าที่ “มองชัดแต่ไม่เกร็งตา” จุดที่เราชอบคือมีการปรับลองหลายรอบ ไม่รีบสรุป ทำให้มั่นใจว่าค่าไม่ได้แรงเกินไป 3) Essilor Vision R 800 เหมาะกับใคร จากที่ได้ลองและฟังคำแนะนำ เลนส์รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความคมชัดและภาพดูสบายตา โดยเฉพาะคนที่ทำงานหน้าจอเยอะหรือใช้สายตาหนัก ๆ กลางวันทั้งวัน ถ้าใครเน้นขับรถกลางคืน แนะนำบอกพนักงานตรง ๆ เพื่อให้ช่วยเลือกโค้ต/ตัวเลือกที่เหมาะกับแสงสะท้อนและไลฟ์สไตล์เรา 4) เรื่องกรอบแว่น/วัสดุ (Ultra Titanium) ในร้านมีกรอบที่เห็นคำว่า “ULTRA TITANIUM” ด้วย ข้อดีที่รู้สึกคือเบาและใส่นาน ๆ ไม่กดจมูกง่าย เหมาะกับคนที่ต้องใส่ทั้งวัน หรือคนที่ไม่ชอบกรอบหนัก ๆ แนะนำลองสวมเดินในร้านสักพัก แล้วเช็กจุดกดที่สันจมูกกับหลังหูให้แน่ใจ 5) ราคาและบริการคุ้มไหม ฟีลเหมือนมา “ปรึกษา” มากกว่ามาซื้ออย่างเดียว บริการดีและอธิบายเข้าใจง่าย ถ้าใครกังวลเรื่องงบ แนะนำบอกงบประมาณตั้งแต่ต้น จะได้ให้เขาจัดชุดเลนส์/กรอบที่คุ้มที่สุดให้ และที่ประทับใจคือมีพนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ด้วย เผื่อใครพาเพื่อนต่างชาติมาด้วย ทิปสุดท้าย: หลังตัดแว่นใหม่ ให้ลองใส่ใช้งานจริง 2-3 วัน แล้วจดอาการ (เช่น เวียนหัว โฟกัสช้า) ถ้ามีอะไรแปลก ๆ กลับไปให้ร้านเช็กได้เลย จะได้ปรับให้เข้ากับสายตาเราแบบพอดีค่ะ

ค้นหา ·
หมอแว่น