📣 สรุปกฎหมายวันลาที่วัยทำงานควรรู้ เพราะการลาคือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ สามารถใช้ได้เลย 🙌🏻 วันนี้เลยจะพาไปดูกันว่าการลาแต่ละประเภทสามารถลาได้กี่วัน? จะได้รักษาสิทธิไว้ไม่โดนเอาเปรียบ ✅

📌 กฎหมายลาคลอดฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 68 เป็นต้นไป

#SaleHere

2025/11/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเริ่มทำงานใหม่ๆ เรามักไม่กล้าถาม HR เรื่องวันลา หรือไม่แน่ใจว่าที่บริษัทบอก “ทำไม่ได้/ลาไม่ได้” จริงไหม เลยอยากแชร์วิธีเช็กสิทธิวันลาแบบที่เราใช้เอง เพื่อรักษาสิทธิพื้นฐานของพนักงาน และคุยกับหัวหน้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 1) เริ่มจากแยก “ประเภทการลา” ให้ชัด วันลาที่พบบ่อยๆ จะมี ลาป่วย, ลากิจ (ธุระจำเป็น), ลาพักร้อน/ลาประจำปี, ลาคลอด รวมถึงบางที่มีลาเพื่อรับราชการทหาร, ลาอุปสมบท, ลาไปอบรม ฯลฯ ซึ่งแต่ละแบบมีเงื่อนไขและเอกสารต่างกัน แนะนำให้ดูจาก 2 แหล่งคู่กันคือ (1) ข้อบังคับ/ระเบียบบริษัท (2) กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อเทียบว่าอะไร “ให้มากกว่า” ก็ควรได้ตามนั้น 2) ทริคเช็กวันลาที่เหลือแบบไม่พลาด เราเคยพลาดเพราะคิดว่าพักร้อนทบได้ แต่จริงๆ บางบริษัทมีเงื่อนไขว่าต้องใช้ภายในปี หรือทบได้ไม่เกินกี่วัน วิธีที่ช่วยมากคือ - ขอสรุปวันลาคงเหลือเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมล/ระบบ HR) - แคปหน้าจอ/เก็บสลิปวันลาไว้ทุกครั้งที่ยื่นลา - ถ้าลาในไลน์ ให้ส่งย้ำในอีเมลอีกครั้ง (กันข้อมูลหาย) 3) ลาป่วย: เตรียมเอกสารให้ “ตรงจุด” หลายที่ขอใบรับรองแพทย์เมื่อป่วยเกินจำนวนวันที่กำหนด หรือเมื่อเป็นเคสที่มีผลต่อการจ่ายค่าจ้าง/สวัสดิการ เราแนะนำว่าไปหาหมอแล้วขอใบรับรองไว้ก่อนดีกว่า โดยเฉพาะถ้าป่วยต่อเนื่อง จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปขอทีหลัง 4) ลากิจ/ธุระจำเป็น: สื่อสารเหตุผลแบบมืออาชีพ คำว่า “กิจธุระจำเป็น” บางบริษัทตีความต่างกัน เราใช้วิธีแจ้งให้ชัดว่าเป็นธุระอะไร (เช่น ติดต่อราชการ งานเอกสารสำคัญ งานครอบครัว) และระบุช่วงเวลาให้แน่นอน ถ้าต้องใช้เอกสารประกอบ (ใบนัด, หลักฐานติดต่อหน่วยงาน) ก็เตรียมเผื่อไว้ จะทำให้อนุมัติง่ายขึ้น 5) ลาพักร้อน: วางแผนล่วงหน้า ลดโอกาสโดนปฏิเสธ ประสบการณ์ส่วนตัวคือถ้ายื่นใกล้ๆ ช่วงงานพีค โอกาสโดนเลื่อนสูงมาก เราจะเช็กปฏิทินทีมก่อน 1-2 เดือน และเสนอ “แผนส่งมอบงาน” สั้นๆ แนบไปด้วย เช่น ใครรับงานแทน ไฟล์อยู่ที่ไหน งานไหนเราทำค้างไว้ วิธีนี้ช่วยให้หัวหน้ากดอนุมัติไวขึ้นเยอะ 6) ลาคลอด: ติดตามประกาศ/อัปเดตล่าสุด ในโพสต์นี้มีประเด็น “กฎหมายลาคลอดฉบับใหม่” ที่เริ่มมีผลตามวันที่ระบุไว้ แนะนำให้คนที่วางแผนครอบครัวติดตามประกาศทางการ และเช็กกับ HR ว่าบริษัทมีแนวปฏิบัติอย่างไร เช่น การแบ่งช่วงลา การส่งเอกสาร และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง สรุปคือ “การลา” เป็นสิทธิพื้นฐานจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เราไม่เสียเปรียบคือ การแยกประเภทลาให้ถูก เก็บหลักฐานให้ครบ และสื่อสารแบบมืออาชีพ ถ้าใครอยากให้เราช่วยทำเช็กลิสต์วันลาตามเคส (ป่วย/กิจ/พักร้อน/คลอด) บอกได้เลยนะ

3 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ingfah
ingfah

ที่ทำงานไม่มีลาเพื่อเลี้ยงดูลูก(กรณีลูกเจ็บป่วย)ต้องอาศัยลากิจซึ่งได้แค่3วันต่อปี....ลูกป่วยทีนึงไม่ใช่3วันหายนะ🥺🥺🥺🥺🥺🥺

รูปภาพของ นายลีเชฟทะดำ👨🏻‍🍳
นายลีเชฟทะดำ👨🏻‍🍳

ลากิจปีละไม่เกิน 3 วันนี่ รวมทั้งลาไปสอบ ไปติดต่อราชการด้วยไหมครับ