รีวิวประกันทั้งหมดที่มี ในวัย 26 🫧

รุ้งทำของกรุงเทพประกันชีวิตนะคะ

ส่วนตัวเคยเคลมประกันสุขภาพมาแล้ว 2 ครั้ง เคลมได้ปกติไม่มีปัญหาค่ะ

เดี๋ยวไว้รุ้งจะโพสรีวิวการเคลมตอนแอดมิทมาเล่าให้ฟังในโพสถัดไปให้นะคะว่าค่ารักษาเป็นยังไง ประกันจ่ายให้ยังไงค่ะ

ประกันทั้งหมดที่รุ้งรีวิวไปในโพส เบี้ยเฉลี่ยต่อเดือนทั้งหมดของรุ้งคือ ≈ 7,500 /เดือน

ถ้าเทียบกับความรู้สึกปลอดภัยรุ้งคิดว่าคุ้ม สำหรับตัวรุ้งเอง เพราะมันมีหลายๆมิติที่ลดความกังวลในเรื่องที่เรากลัว

(คือรุ้งก็ไม่รู้ว่าเราจะเป็นหรือไม่เป็น แต่คิดว่ามันมีความเสี่ยง ก็ทำไว้ ส่วนตัวสบายใจกว่า *คหสต)

และก็ไปลุยงาน หาเงินได้แบบไม่ต้องพะวง หรือไม่ต้องเก็บเงินก้อนอีกเยอะๆเผื่อค่ารักษายามฉุกเฉินแล้ว

จะได้เอาเงินเก็บส่วนที่ไม่ใช่ประกัน ไปเป็นบัดเจทท่องเที่ยว หรือ สานฝัน bucket list ของเราต่อไปได้

** แต่รุ้งก็ทำงานและดูแลสุขภาพตัวเองไปด้วยนะคะ อยากดูแลตัวเองได้ไปนานๆ อย่างมีคุณภาพ ยังเดินได้ไปให้นานที่สุด💪🏼

สรุปอีกทีแผนที่รุ้งทำทั้งหมดโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่คือ

💰เน้นออมเงินระยะยาว อายุประมาณ 40 มีเงินก้อน

1. ประกันออมทรัพย์ (สะสมทรัพย์) เดือนละ 1,200 บาท

🏦 เน้นออมเงินระยะยาว เพื่อตอน 61-99 มีเงินบำนาญเพิ่มให้ตัวเอง เฉลี่ยเดือนละ 7,300 บาท

2. ประกันบำนาญ เฉลี่ยเดือนละ 2,900 บาท

💸 เน้นประกันชีวิต + ได้ลงทุน

3. ประกันชีวิต ยูนิตลิ้งค์ เดือนละ 1,000 บาท (ได้ทุนชีวิต 2 ล้าน)

😷 เน้นปกป้องด้านสุขภาพ ตอนป่วยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษา + ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว

4. ประกันสุขภาพ (เพรสทีจ เฮลธ์) วงเงิน 10 ล้านต่อปี เหมาจ่ายค่ารักษา ค่าห้อง 8,000/คืน

5. ประกันโรคร้ายแรง (อุ่นใจโรคร้าย) วงเงิน 1 ล้าน / เจอ จ่าย จบ

สุดท้ายนี้รุ้งมองว่าการทำประกัน ไม่ใช่เครื่องมือที่จะทำให้เรารวย แต่มันเป็นเครื่องมือทางการเงินอย่างนึงที่ทำให้เราไม่ต้องกังวลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และเป็นการการันตีเราว่า เราจะมีเงินก้อน ในอนาคต (จากออมทรัพย์), เราจะมีเงินอีกก้อนใช้ตอนเกษียณ (จากบำนาญ), เราจะมีเงินรักษาในรพ.ที่เราเลือกได้ (จากประกันสุขภาพ) และ เราจะมีเงินให้คนข้างหลัง ตอนที่เราจากไป (จากประกันชีวิต)

#บิงโกงานเงิน #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #ประกันออมเงิน #ประกันโรคร้ายแรง

2025/10/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคสมัยที่ความไม่แน่นอนเรื่องสุขภาพและการเงินเป็นเรื่องปกติ การมีประกันที่ครอบคลุมทุกด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยทำงานอย่างเช่นวัย 26 ที่กำลังเริ่มวางแผนชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ประกันเหล่านี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงไม่ให้กระทบฐานะการเงินของเราได้มากนัก สำหรับประกันสุขภาพแบบเพรสทีจ เฮลธ์ (วงเงิน 10 ล้านบาทต่อปี) จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าเมื่อเจ็บป่วยต้องแอดมิทในโรงพยาบาล จะได้รับค่ารักษาที่คุ้มครองแบบเหมาจ่ายตามจริง ไม่ว่าจะเป็นค่าห้องสูงสุดวันละ 8,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล ค่าแพทย์ผ่าตัด วิสัญญี และอุปกรณ์การแพทย์ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ซึ่งในโพสนี้นักเขียนเคยเคลมประกันสุขภาพมาแล้ว 2 ครั้งและได้รับการจ่ายอย่างราบรื่น สำหรับประกันโรคร้ายแรง อุ่นใจโรคร้าย (วงเงิน 1 ล้าน) เป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่สำคัญ เพราะค่ารักษาโรคร้ายแรงนั้นสูงมาก การได้รับเงินก้อนทันทีที่ตรวจพบโรคร้ายสามารถช่วยลดภาระทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงที เรื่องการออมเงินสำหรับอนาคตอย่างประกันบำนาญช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ (ช่วงอายุ 61-99 ปี) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และประกันออมทรัพย์ที่เน้นการสะสมเงินไว้ก้อนหนึ่งในวัยกลางคน ทั้งยังได้รับผลตอบแทนจากการออมซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ส่วนประกันชีวิตยูนิตลิ้งค์ที่นักเขียนทำอยู่ เน้นความคุ้มครองชีวิตวงเงิน 2 ล้านบาท พร้อมโอกาสลงทุนในกองทุนที่เลือกเองได้ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลการลงทุน ปรับเปลี่ยนได้ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้ การมีแผนประกันที่ครอบคลุมนี้ไม่เพียงช่วยลดความหนักใจในด้านสุขภาพและการเงิน แต่ยังส่งเสริมให้เรามีความมั่นใจและโฟกัสกับการทำงานสร้างรายได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่ได้วางแผน และยังช่วยให้สามารถจัดสรรเงินเก็บที่เหลือไปทำกิจกรรมที่ชอบหรือต่อยอดความฝันได้อย่างสบายใจ สุดท้ายแล้ว การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องควบคู่กับมีประกันที่เหมาะสม จะช่วยให้เรามีชีวิตที่มีคุณภาพและยืนยาว พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างมั่นคงและพร้อมรับทุกสถานการณ์ในชีวิต

ค้นหา ·
รีวิวประกันสุขภาพวัย 26 ปี