กินถั่ว ทำไมต้องตด ?

เพราะถั่วมี "โอลิโกแซ็กคาไรด์" (Oligosaccharides) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ในลำไส้เล็ก เมื่อกากอาหารส่วนนี้เดินทางไปยังลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียในนั้นจะช่วยย่อยสารนี้ และกระบวนการหมักของแบคทีเรียจะทำให้เกิดก๊าซขึ้น 

สารโอลิโกแซ็กคาไรด์: เป็นน้ำตาลเชิงซ้อนที่ร่างกายย่อยไม่ได้ในลำไส้เล็ก จึงส่งต่อให้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ช่วยย่อย ซึ่งทำให้เกิดก๊าซ 

กระบวนการหมักของแบคทีเรีย: เมื่อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ย่อยสารโอลิโกแซ็กคาไรด์ จะเกิดก๊าซ เช่น ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซซัลเฟอร์ ซึ่งก๊าซเหล่านี้จะสะสมและต้องระบายออกมาในรูปแบบของการผายลม 

วิธีลดการเกิดแก๊สจากการกินถั่ว

ค่อยๆ เพิ่มปริมาณ: เริ่มทานในปริมาณน้อยๆ ก่อน เพื่อให้ร่างกายและระบบย่อยอาหารค่อยๆ ปรับตัว 

แช่ถั่วนานๆ: การแช่ถั่วในน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนปรุงอาหาร จะช่วยลดปริมาณสารโอลิโกแซ็กคาไรด์ได้ 

เลือกประเภทถั่ว: ถั่วบางชนิด เช่น ถั่วดำ หรือถั่วเลนทิล อาจย่อยง่ายกว่าถั่วชนิดอื่น 

ถึงเเม้ว่าถั่วจะเพิ่มโอกาสในการพายลมแต่ถั่วก็มีประโยชน์ทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งของโปรตีนที่สูง แล้วเพื่อนๆ ชอบกินถั่วอะไรกันบ้าง พิมพิ์มาคุยกันได้นะ

#อาหาร #ถามมาตอบไป #สุขภาพ #ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่

2025/10/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนโทษว่า “กินถั่วแล้วตด” เพราะถั่วไม่ดี แต่จากประสบการณ์เรา มันเป็นเรื่องปกติมาก และไม่ได้แปลว่าร่างกายพังนะ แค่ระบบย่อยกำลังทำงานกับคาร์บที่ย่อยยาก โดยเฉพาะโอลิโกแซ็กคาไรด์ พอมันลงไปถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียจะหมักและปล่อยก๊าซออกมา เลยรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง หรือผายลมบ่อยขึ้น (บางคนเรียกเล่นๆ ว่า “ก้นทำงานหนัก” เลยทีเดียว) ทริคที่เราใช้แล้วช่วยได้จริง นอกจากแช่ถั่วอย่างน้อย 8 ชั่วโมง คือ “ล้างและเปลี่ยนน้ำแช่” 1-2 รอบ แล้วเทน้ำแช่ทิ้งก่อนต้ม เพราะน้ำแช่มักมีสารที่ละลายออกมาบางส่วน ถ้าเอาไปต้มต่อก็อาจยังทำให้เกิดแก๊สได้มากขึ้น อีกอย่างคือทำให้สุกนุ่มจริงๆ เพราะถั่วที่ยังแข็งหรือสุกไม่ทั่ว จะยิ่งย่อยยากกว่าเดิม ถ้าคุณเพิ่งเริ่มกินถั่วเพื่อเพิ่มโปรตีนหรือไฟเบอร์ แนะนำให้เริ่มทีละน้อย เช่น ใส่ถั่วในสลัดหรือซุปปริมาณเล็กๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มสัปดาห์ถัดไป ร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัว แก๊สจะลดลงเองในหลายคน เราเคยเริ่มแบบจัดเต็มวันแรก ผลคือแน่นท้องจนไม่สบาย แต่พอค่อยๆ เพิ่ม ปัญหาก็ดีขึ้นชัดเจน อีกข้อที่มองข้ามบ่อยคือ “กินเร็ว + เคี้ยวไม่ละเอียด” เพราะจะกลืนอากาศเข้าไปเพิ่ม ทำให้ท้องอืดมากกว่าเดิม ลองเคี้ยวให้ละเอียดและกินช้าลง จะช่วยทั้งเรื่องแน่นท้องและการผายลมได้ ถ้ากังวลเรื่องกลิ่น ลองเลือกถั่วที่ย่อยง่ายขึ้น เช่น เลนทิล หรือถั่วดำในปริมาณพอดี และหลีกเลี่ยงการกินพร้อมอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สง่ายอยู่แล้ว (เช่น น้ำอัดลม หรือของทอดมันๆ) จะช่วยให้สบายท้องขึ้น แต่ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง หรือท้องอืดหนักผิดปกติทุกครั้งที่กินถั่ว อาจไม่ใช่แค่ “ตดเพราะถั่ว” อย่างเดียว แนะนำลองปรึกษาแพทย์/นักกำหนดอาหารเพื่อเช็กภาวะลำไส้ไวต่ออาหารบางชนิดเพิ่มเติมนะ

ค้นหา ·
กินถั่วแล้วตด

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ น้ำหวาน แชร์ประกัน🕉️
น้ำหวาน แชร์ประกัน🕉️

น่าสนใจ🍋🍋