👉👉 กรมปศุสัตว์ ชวนเที่ยวงาน วันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย"

🟢 วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568  นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์แถลงข่าวการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย" พร้อมด้วยผู้บริหารกรมปศุสัตว์ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการจัดงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 - 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ มีการจัดแสดงพันธุ์กระบือปลักไทย และผลิตภัณฑ์จากกระบือ ณ ลานเอนกประสงค์ หน้าตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

🟢 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือปลักไทยให้มีลักษณะดี มีคุณภาพ เพิ่มจำนวนกระบือ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย 

🟢 กรมปศุสัตว์ได้สนองพระราชดำริร่วมดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยดำเนินการบริการผสมเทียมกระบือที่มีความพร้อมโดยใช้น้ำเชื้อกระบือพ่อพันธุ์ชั้นดีของกรมปศุสัตว์ และสนับสนุนพ่อพันธุ์กระบือปลักไทยในการคุมฝูงและปรับปรุงสายพันธุ์ในฝูงกระบือของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีกระบือตั้งท้องจากการผสมเทียมและใช้พ่อพันธุ์คุมฝูง จำนวนกว่า 400 ตัว และมีลูกกระบือเกิดใหม่มากกว่า 500 ตัว สำหรับงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดจัดงานจริง ในระหว่างวันที่ 13 - 14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการพัฒนาการปศุสัตว์ เพื่อจัดประกวดแข่งขันกระบือปลักไทยซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ให้เกษตรกร และประชาชนผู้สนใจได้รู้จักการคัดเลือกกระบือปลักไทยพันธุ์ดีไว้ขยายพันธุ์ และได้รับองค์ความรู้ด้านการจัดการ การเลี้ยงกระบือปลักไทย การปรับปรุงพันธุ์ การป้องกันโรคระบาด การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอาหารสัตว์ รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตกระบือปลักไทยที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิตกระบือปลักไทย ตลอดห่วงโซ่การผลิตถึงการบริโภค ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรภาคเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรภาคเอกชน โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ จำนวน 2 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โซนที่ 2 โซนนิทรรศการ “วิถีชีวิตคนเลี้ยงควาย ควายเลี้ยงคน” นำเสนอและออกแบบนิทรรศการที่แสดงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง "คน" กับ "ควาย" ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านไทยมาอย่างยาวนาน เช่น การไถนา การเดินทาง การแสดงในประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาอาชีพ โดยนำผลิตภัณฑ์จากควายมาร่วมแสดง และจำหน่าย เช่น เนื้อควาย กาแฟนมควาย กาแฟขี้ควาย ปุ๋ย ผ้ามูลมงคล และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงการนำควายแสนรู้และเชื่อง มาแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วม เช่น ให้อาหารควาย เป็นต้น กิจกรรมการประกวดและแข่งขันประกวดกระบือปลักไทย 16 รุ่น

1) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน

2) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน

3) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน

4) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน

5) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน

6) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน

7) กระบือปลักไทยดำ เพศผู้ รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

8) กระบือปลักไทยดำ เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

9) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน

10) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นลูกกระบือ (Calf division) อายุ 10 – 18 เดือน

11) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน

12) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือรุ่น (Intermediate division) อายุมากกว่า 18 – 24 เดือน

13) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน

14) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือหนุ่มสาว (Junior division) อายุมากกว่า 24 – 36 เดือน

15) กระบือปลักไทยเผือก เพศผู้ รุ่นกระบือโดเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

16) กระบือปลักไทยเผือก เพศเมีย รุ่นกระบือโตเต็มวัย (Senior division) อายุมากกว่า 36 – 48 เดือน

ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 3 ถ้วย

1. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศผู้ 1 รางวัล

2. ถ้วยรางวัลพระราชทานชนะเลิศยอดเยี่ยม Grand Champion กระบือปลักไทยเพศเมีย 1 รางวัล

3. ถ้วยรางวัลพระราชทานกระบือปลักไทยยอดเยี่ยม ประเภทการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร 1 รางวัล

โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการนำกระบือเข้าประกวด ต้องมีผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่า เป็นกระบือปลักไทย โดยมีรูปร่างลักษณะตรงตามอัตลักษณ์ ลักษณะประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย ตามการขึ้นทะเบียนพันธุ์สัตว์ ของกรมปศุสัตว์ “กระบือปลักไทย DLD BU 01/2023” และต้องมีเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ติดอยู่ที่ตัวกระบือแบบถาวร เช่น ติดเบอร์หูพลาสติก การสักเบอร์หู หรือมีการฝังไมโครชิฟ

“กระบือที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ สำหรับเพศผู้จะมีการเก็บรักษาพันธุกรรมกระบือปลักไทย (จำนวนไม่น้อยกว่า 500 โดส) น้ำเชื้อที่รีดแล้วถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทางกรมปศุสัตว์ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน รักษา ต่อยอด กระบือปลักไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนรักษ์สายพันธุ์กระบือปลักไทย และนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของกรมปศุสัตว์ต่อไป” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

2025/12/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นคำว่า “กระบือปลัก” แล้วอยากรู้แบบเร็วๆ ว่าคือควายแบบไหน ต่างจากควายน้ำ/ควายบ้านทั่วไปยังไง และถ้าไปงานอนุรักษ์ฯ จะได้ความรู้อะไรกลับมาบ้าง เราลองสรุปเป็นภาษาคนเลี้ยง/คนเที่ยวให้เข้าใจง่ายๆ เผื่อใครกำลังเริ่มศึกษาเรื่องกระบือปลักไทยค่ะ กระบือปลัก (ที่คนไทยคุ้นว่า “ควายปลัก”) คือกระบือที่ชอบลงแช่ปลักโคลนเพื่อคลายร้อนและกันแมลง จึงมักเห็นภาพควายนอนบนฟางหรือชอบแช่น้ำ-โคลนเป็นปกติ จุดนี้ไม่ได้แปลว่าควายสกปรก แต่เป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่ช่วยดูแลผิวและลดความเครียดของสัตว์ ถ้าใครคิดจะเลี้ยงจริงๆ ควรจัดพื้นที่ให้มีแหล่งน้ำ/ปลัก หรืออย่างน้อยมีจุดให้ฉีดน้ำ-อาบน้ำได้สม่ำเสมอ จะช่วยให้กินอาหารดีขึ้นและอารมณ์นิ่งขึ้น สิ่งที่เราได้จากการไปดูงานแนวนี้ (โดยเฉพาะงานวันอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย) คือได้เห็น “กระบือปลักไทยดำ” และ “กระบือปลักไทยเผือก” ตัวจริงใกล้ๆ บางตัวเชื่องมาก ให้ถ่ายรูป ให้อาหารได้ ทำให้เข้าใจลักษณะภายนอกและความแตกต่างของช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับการประกวดหลายรุ่น (ลูกกระบือ/รุ่น/หนุ่มสาว/โตเต็มวัย แยกเพศ) ดูแล้วสนุกกว่าที่คิด เพราะกรรมการจะดูทรงตัว กล้ามเนื้อ โครงสร้าง ขา-กีบ ความสมบูรณ์ และความเป็น “อัตลักษณ์ประจำพันธุ์” ของกระบือปลักไทย ถ้าคุณเป็นเกษตรกรหรือกำลังคิดเริ่มฝูง สิ่งที่ควรถามในบูธความรู้คือ 1) แนวทางคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ 2) การผสมเทียมและการดูแลแม่กระบือตั้งท้อง 3) โปรแกรมวัคซีน/การป้องกันโรคระบาด 4) การจัดการอาหารหยาบ-อาหารข้นตามช่วงวัย เพราะหลายคนพลาดตรง “อาหารไม่พอโปรตีนและแร่ธาตุ” ทำให้โตช้าและผสมติดยาก งานลักษณะนี้มักมีทีมสัตวแพทย์และนักวิชาการให้ถามได้ตรงจุด อีกมุมที่คนค้นคำว่า “กระบือปลัก” มักสนใจคือเรื่องของกิน-ของใช้จากควาย ในงานจะเจอผลิตภัณฑ์จากนมควายหลากหลายมาก เช่น นมควาย โยเกิร์ตนมควาย และบางแบรนด์ทำเป็นสกินแคร์จากนมควาย (มีทั้งโลชั่น/กันแดด) ใครไม่เคยลอง แนะนำเริ่มจากโยเกิร์ตนมควาย รสจะเข้มข้น หอมมันกว่านมวัวนิดๆ ส่วนสายอาหารคาวก็มีเมนูเนื้อควายหลายแบบ เช่น สเต๊กเนื้อควาย เบอร์เกอร์เนื้อควาย หรือเนื้อย่างจิ้มแจ่ว ซึ่งถ้าเลือกส่วนและทำสุกพอดีจะนุ่มกว่าที่คิด สุดท้าย ถ้าอยาก “เข้าใจคำว่าอนุรักษ์” ให้จับประเด็นเรื่องการขึ้นทะเบียนพันธุ์และการระบุตัวตนสัตว์ เช่น เบอร์หู/สักเบอร์/ฝังไมโครชิฟ รวมถึงเหตุผลที่ต้องตรวจยืนยันสายพันธุ์ก่อนเข้าประกวด เพราะทั้งหมดนี้ช่วยรักษามาตรฐานกระบือปลักไทยให้ชัดเจน และทำให้การพัฒนาสายพันธุ์เดินต่อได้จริงในระยะยาว