Automatically translated.View original post

Tub interviewed the intern because he didn't know the company logo.❗️

2025/9/13 Edited to

... Read moreถ้าเป็น “นักเรียนฝึกงาน” แล้วกำลังเตรียมสัมภาษณ์ ขอแชร์เช็กลิสต์ที่ช่วยลดโอกาสตุ๊บแบบเรา (โดนถามเรื่องพื้นฐานอย่าง “รู้ไหมโลโก้บริษัทเราคือตัวอะไร?” แล้วไปต่อไม่ถูกจริงๆ) เพราะหลายที่มองว่าเด็กฝึกงานอาจยังไม่เก่งงานได้ แต่ต้อง “ตั้งใจและเตรียมตัว” ให้เห็นชัด 1) ทำการบ้านเรื่องบริษัทแบบเร็วแต่ครบ - เข้าเว็บบริษัท/เพจ/LinkedIn ดูว่าเขาทำธุรกิจอะไร ลูกค้าคือใคร สินค้าหรือบริการหลักมีอะไรบ้าง - จำ 3 อย่างให้ได้: ชื่อเต็มบริษัท + ประเภทธุรกิจ + จุดเด่น 1 ข้อ - เรื่องโลโก้: อย่างน้อยต้องจำสี โทน รูปทรง หรือสัญลักษณ์หลัก (ไม่ต้องท่องประวัติยาวๆ แค่บอกได้ว่า “โลโก้เป็นรูป… สื่อถึง…” ก็ช่วยมาก) 2) เตรียมคำตอบ “ทำไมอยากฝึกงานที่นี่” แบบไม่กว้าง แทนที่จะตอบว่า “อยากได้ประสบการณ์” ให้ผูกกับสิ่งที่บริษัททำ เช่น “หนูสนใจงาน… เพราะบริษัทมีโปรเจกต์/ผลงานด้าน… และอยากเรียนรู้กระบวนการจริง” ยิ่งถ้ายกตัวอย่างงาน/แคมเปญของบริษัทได้ จะดูใส่ใจมาก 3) คำถามที่นักเรียนฝึกงานเจอบ่อย (ควรซ้อมสั้นๆ) - แนะนำตัว / จุดแข็ง-จุดอ่อน - เคยทำโปรเจกต์อะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง (งานกลุ่ม/รายงาน/กิจกรรมก็ได้) - ถ้าชนเดดไลน์จะจัดการยังไง - ถ้าไม่เคยใช้โปรแกรม/เครื่องมือที่ต้องใช้ จะเรียนรู้ยังไง ทริค: ตอบเป็นโครง “สถานการณ์-วิธีทำ-ผลลัพธ์” ให้เห็นภาพ ไม่ต้องยาวแต่ต้องชัด 4) เตรียมไฟล์/พอร์ตให้พร้อม แม้จะเป็นเด็กฝึกงาน มีอย่างน้อย 1 หน้า: ประวัติสั้น + ทักษะ + ผลงาน/ลิงก์ (Google Drive/Behance/GitHub/Canva) และตั้งชื่อไฟล์มืออาชีพ เช่น “Intern_Name_Position.pdf” 5) คำถามที่ควรถามกลับ (ช่วยเพิ่มคะแนนความสนใจ) - ทีมนี้ดูแลงานอะไรบ้างในแต่ละวัน - KPI/ความคาดหวังต่อเด็กฝึกงานคืออะไร - เครื่องมือที่ใช้หลักๆ มีอะไร - รูปแบบการสอนงาน/เมนเทอร์เป็นอย่างไร สุดท้าย ถ้าพลาดไปแล้วก็อย่าโทษตัวเองนานเกินไป เราเอาเหตุการณ์ “ตุ๊บ!” มาเป็นบทเรียนได้เลย รอบหน้าขอแค่ทำการบ้านบริษัท 15–20 นาที + ซ้อมตอบ 5 คำถามหลัก โอกาสผ่านสัมภาษณ์ฝึกงานจะดีขึ้นเยอะจริงๆ