Automatically translated.View original post

Long Used Body Sport Massage

5/29 Edited to

... Read moreถ้าใครเป็นสายฟิตเนส/กีฬาเหมือนกัน น่าจะเข้าใจฟีล “มาออกกำลังกายให้ปวดตัว…สุดท้ายมานอนให้คนอื่นปวดมือแทน” มาก ๆ ของผมคือยกเวทหรือเล่นบาสหนัก ๆ แล้วกล้ามเนื้อจะตึง โดยเฉพาะคอ บ่า ไหล่ หลัง และต้นขา เลยกลายเป็นคนที่เข้าฟิตเนสเพื่อ…สร้างงานให้แผนกนวดบ่อย ๆ ซึ่ง “นวดสปอร์ต (Sport Massage)” ช่วยได้จริงในวันที่ร่างกายล้า นวดสปอร์ตต่างจากนวดผ่อนคลายทั่วไปตรงที่เขาเน้นกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักและจุดตึง (trigger point) ใช้แรงกดลึกมากขึ้น และมีการยืด/คลายพังผืดร่วมด้วย เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายประจำหรือซ้อมกีฬา แล้วรู้สึกว่าตัวแข็ง ตึง ขยับแล้วไม่ลื่นเหมือนเดิม หลังนวดผมจะรู้สึกว่า range of motion ดีขึ้น ยืดได้สุดขึ้น และอาการเมื่อยล้าลดลง (แต่ยอมรับว่าตอนนวดนี่ “ปวดแต่ภูมิใจ” จริง) ช่วงเวลาที่ผมชอบไปนวดสปอร์ตคือ 24–48 ชั่วโมงหลังซ้อมหนัก เพราะกล้ามเนื้อเริ่มตึงชัด แต่ไม่ใช่ช่วงที่เจ็บแปลบผิดปกติ ถ้าเพิ่งเดี้ยงหรือมีอาการคล้ายอักเสบมาก ๆ ผมจะเลี่ยงก่อน แล้วค่อยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะกดลึกตอนอักเสบอาจยิ่งระบมได้ ทริคเล็ก ๆ ให้การนวดสปอร์ตคุ้มขึ้น (อันนี้ลองแล้วเวิร์ก): - ก่อนนวด: ดื่มน้ำให้พอ และบอกนักบำบัดให้ชัดว่าไปเล่นอะไรมา (เช่น squat หนัก, วิ่ง, บาส) จะได้โฟกัสถูกกล้ามเนื้อ - ระหว่างนวด: ให้สื่อสารระดับแรง 1–10 เลย ผมมักอยู่แถว 6–7 คือเจ็บแต่ทนได้ ไม่เกร็งหนี เพราะถ้าเกร็งจะคลายยาก - หลังนวด: ดื่มน้ำเพิ่ม ยืดเบา ๆ และวันนั้นไม่ซ้อมหนักซ้ำทันที ปล่อยให้ร่างกาย “ฟื้นตัวไว” จริง ๆ ใครที่ค้นหา “นวดสปอร์ต” เพราะปวดเมื่อยจากฟิตเนส ผมแนะนำให้ลองอย่างน้อย 1 ครั้ง แล้วสังเกตตัวเองว่าอะไรตึงบ่อยที่สุด จากนั้นค่อยจัดตารางให้เหมาะ เช่น เดือนละ 1–2 ครั้งช่วงซ้อมหนัก หรือหลังแข่ง/หลังเล่นหนัก ๆ รับรองว่าจาก therapy=gym จะต่อด้วย therapy แบบนวดได้อย่างมีเหตุผล และกลับไปออกกำลังกายได้ต่อแบบไม่ทรมานเกินครับ