Simulation theory โลกนี้เป็นแค่โลกเสมือน

🖥️ Simulation Theory คืออะไร⁉️

มีบทความชื่อ : “Are You Living in a Computer Simulation?” ที่ Nick Bostrom นักปรัชญา มหาวิทยาลัย Oxford เขียนไว้ในปี 2003

ว่า…

“ ความจริงโลกทั้งหมดอาจเป็นการจำลอง (simulation) ที่ถูกสร้างและรันโดยอารยธรรมที่ก้าวหน้ากว่า ”

#ทฤษฎี #ทฤษฎีสมคบคิด #นักเขียนนิยาย

1/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าถามว่า Simulation Theory คืออะไร แบบสั้นที่สุดในภาษาคนธรรมดา มันคือ “ความเป็นไปได้ที่ความจริงที่เราอยู่ อาจเป็นโลกจำลองที่ถูกสร้างและรันอยู่บนระบบที่ล้ำหน้ามาก” คล้ายเราอยู่ในเกมหรือโปรแกรมขนาดใหญ่ เพียงแต่เราไม่รู้ตัว และทุกอย่างที่รับรู้ (ความจริง จิตสำนึก การตัดสินใจ) อาจเป็นส่วนหนึ่งของการจำลองนั้น สิ่งที่ทำให้ทฤษฎีนี้ดังมาก มาจากงานของ Nick Bostrom ที่คนมักเรียกว่า Bostrom’s trilemma (ไตรเลมมา) ซึ่งเล่าแบบเข้าใจง่ายได้ว่า อย่างน้อย “หนึ่งในสามข้อ” น่าจะจริง 1) อารยธรรมที่ฉลาดมาก ๆ จะไม่ไปถึงขั้นพัฒนาการจำลองบรรพบุรุษ (ancestor simulation) ได้สำเร็จ 2) หรือถึงทำได้ พวกเขาแทบไม่ทำ (ไม่มีใครอยาก/ไม่มีแรงจูงใจ) 3) หรือถ้าทำได้และทำจริง โอกาสที่เราจะอยู่ใน “โลกจริง” จะน้อยมาก เพราะจำนวนโลกจำลองจะเยอะกว่าโลกจริงมหาศาล หลายคนชอบจินตนาการว่าโลกจำลองต้องเป็น “เกม” เลย (game-like simulation) มีภารกิจ มีระบบรางวัล มีบั๊ก แต่จริง ๆ แนวคิดไม่ได้บังคับว่าโลกต้องเหมือนเกมนะ แค่บอกว่ามี “ผู้รันระบบ” หรือมีชั้นของความเป็นจริงที่สูงกว่าเราเท่านั้น อีกคำที่น่าสนใจจากหลายบทความ/ภาพสรุป คือ observer-dependent (ขึ้นกับผู้สังเกต) ความหมายคือ การจำลองอาจ “ละเอียด” เฉพาะตอนที่มีคนสังเกตหรือมีการวัดผล เพื่อประหยัดทรัพยากร คล้าย ๆ เรนเดอร์ภาพในเกมเฉพาะส่วนที่กล้องเห็น อันนี้เป็นเหตุผลที่บางคนชอบโยงกับฟิสิกส์ควอนตัม (แต่ก็ยังเป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์) แล้วประโยคแนว ๆ “ถ้าคนคิดพร้อมกัน มันเกิดขึ้นจริง” ล่ะ? ฉันมองว่ามันใกล้กับไอเดีย consciousness based มากกว่า คือให้ความสำคัญกับ “จิตสำนึก” และการรับรู้ร่วมกัน ว่ามีผลต่อสิ่งที่เราเรียกว่า reality แต่ตรงนี้ควรแยกให้ออกว่าเป็นมุมคิดเชิงปรัชญา/จิตวิทยา มากกว่าจะเป็นหลักฐานของ simulation โดยตรง สุดท้าย ถ้าถามว่าทฤษฎีโลกจำลองพิสูจน์ได้ไหม ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบที่ฟันธงได้ สิ่งที่ทำได้คืออ่านให้เข้าใจกรอบเหตุผลของเขา แล้วใช้เป็นเครื่องมือชวนคิดเรื่อง “ความจริง” “จิตสำนึก” และข้อจำกัดของการรับรู้ของมนุษย์ บางทีเสน่ห์ของ Simulation Theory อาจไม่ใช่การหาคำตอบว่าจริงหรือไม่ แต่คือมันทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันแบบจริงจังขึ้น