กรีกโยเกิร์ต + แครกเกอร์ = ชีสเค้ก ??
ใครเสิร์ช “บิสคอฟ โยเกิร์ต” แล้วอยากได้สูตรที่ทำง่ายและรสออกแนวชีสเค้กแบบไม่ต้องอบ อันนี้เป็นวิธีที่เราทำบ่อยสุด เพราะวัตถุดิบหาง่ายมากจาก 7-11 และใช้ของไม่กี่อย่าง วัตถุดิบหลัก (ตามสไตล์ที่เราทำ) - กรีกโยเกิร์ต (แนะนำให้ใช้ “กรีกโยเกิร์ต” จริงๆ เพราะเนื้อแน่น เซ็ตตัวดี) - แครกเกอร์/บิสกิต (ถ้าชอบกลิ่นคาราเมล-ซินนามอนก็เลือกแนวบิสคอฟ แต่ถ้าไม่มีใช้แครกเกอร์ทั่วไปก็ได้) - ท็อปปิ้ง: แยมบลูเบอร์รี่/ผลไม้สด/น้ำผึ้ง (เราใช้แยมบลูเบอร์รี่แล้วเข้ากันมาก) วิธีทำแบบจิ้ม/ทำเป็นชั้นๆ (ฟีลชีสเค้กแช่เย็น) 1) เตรียมภาชนะ: ถ้วยแก้ว/กล่องเล็กๆ จะทำเป็นเลเยอร์สวยกว่า แต่ถ้าขี้เกียจจริงๆ จิ้มกินเลยก็ได้ 2) ทำเลเยอร์: ตักกรีกโยเกิร์ตลงไปก่อน แล้ววางแครกเกอร์ทับเป็นชั้นๆ ทำซ้ำจนเต็มถ้วย 3) แช่ตู้เย็น: จุดสำคัญคือ “แช่ประมาณ 6 ชั่วโมง” หรือข้ามคืนก็ได้ เนื้อจะเซ็ตตัวขึ้นและแครกเกอร์จะดูดความชื้นจากกรีกโยเกิร์ตจน “นุ่ม” กลายเป็นเทคเจอร์คล้ายฐานชีสเค้ก 4) ก่อนกินค่อยใส่ท็อปปิ้ง: เราชอบโปะแยมบลูเบอร์รี่ตอนท้าย เพราะได้ความเปรี้ยวตัดกับความครีมมี่ของโยเกิร์ต กินแล้วไม่เลี่ยน ทริคให้ได้รส “บิสคอฟ โยเกิร์ต” แบบกลมๆ - ถ้าอยากหวานขึ้นแต่ยังคุมแคล ให้เติมน้ำผึ้งนิดเดียวแล้วคนกับกรีกโยเกิร์ตก่อนประกอบชั้น - ถ้าใช้บิสคอฟ/คุกกี้ที่รสจัด แนะนำเลือกกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสบลูเบอร์รี่ก็เข้ากัน (ส่วนตัวชอบโทนบลูเบอร์รี่ เพราะกินแล้วเหมือนชีสเค้กผลไม้) - อยากให้ “แน่น” เหมือนชีสเค้กมากขึ้น ให้ทำเป็นถ้วยสูงๆ หลายชั้น แล้วแช่ข้ามคืน เนื้อจะอยู่ทรงและตักเป็นชั้นได้ชัด รสชาติที่ได้เป็นยังไง? หลังแช่เย็น แครกเกอร์จะนุ่มนิ่มเหมือนเค้กชั้นล่าง ส่วนกรีกโยเกิร์ตจะครีมมี่และแน่นขึ้น พอกินรวมกันแล้วให้ฟีลคล้ายชีสเค้กแช่เย็นมากๆ โดยเฉพาะถ้าเติมแยมบลูเบอร์รี่หรือผลไม้เปรี้ยวๆ จะยิ่งเหมือนชีสเค้กหน้าผลไม้ ถ้าใครกำลังหาเมนูบิสคอฟ โยเกิร์ตที่ทำง่ายจริง ไม่ต้องปั่น ไม่ต้องอบ ลองสูตรจิ้ม+แช่เย็นแบบนี้ก่อน รับรองทำครั้งแรกก็รอด และเหมาะมากเป็นของหวานหลังมื้อหรือของกินเล่นตอนดูซีรีส์
ไม่สวยแต่น่าอร่อย😋