Before catching the pulse, what did the Chinese doctors check?
The answer is... more than a pulse! 🦭
Chinese medicine main use - 4 methods examination
🌿 Look
Facial expressions, posture, skin, tongue and external symptoms
🌿 Listen and smell
Speech sounds, coughs, breathing sounds and abnormal smells.
🌿 Ask
When symptoms start, how you sleep, what you eat, what you excrete, and your mood and health history.
🌿 Touch and catch the pulse
See pulse, heat-cold, sore spots, and symptom-related areas.
Summary easy to remember
Look + listen and smell + ask + touch
Chinese doctors put all four aspects together before analyzing them, not using a pulse alone.
Save this post, and the next episode will show you
"Why do Chinese doctors have to look at the tongue?" 👅✨
# Chinese medicine # Chinese doctor # Chinese doctor # ## Catching the pulse # Health knowledge # Studying Chinese medicine # EnergyByDaming
ในประสบการณ์ของผมที่เคยไปพบแพทย์แผนจีน ผมประทับใจวิธีการตรวจที่ละเอียดและรอบด้านมาก เมื่อเทียบกับแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะหมอจีนไม่เพียงแค่จับชีพจรเท่านั้น แต่ใช้วิธี 四诊 ซึ่งประกอบไปด้วยการดู (望诊), ฟังและดม (闻诊), ถาม (问诊) และสัมผัสหรือจับชีพจร (切诊) มาช่วยวิเคราะห์อาการร่วมกัน การดูนั้นไม่ใช่แค่มองสีหน้าหรือท่าทางเท่านั้น แต่รวมถึงการสังเกตสีผิว ลิ้น และลักษณะทางกายภาพอื่นๆ ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพภายใน เช่น ลักษณะของลิ้นสามารถบ่งบอกถึงภาวะปอดและระบบทางเดินอาหารได้ ส่วนการฟังและดมไม่ใช่แค่ฟังเสียงไอหรือเสียงหายใจเท่านั้น แต่ยังจับสังเกตเสียงพูด การหายใจ รวมถึงกลิ่นที่ผิดปกติของลมหายใจหรือกลิ่นตัวด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาภายในที่ร่างกายอาจแสดงออกมา การถามจะเจาะลึกถึงประวัติสุขภาพของคนไข้ ตั้งแต่อาการเริ่มต้น วิธีการนอน การกิน การขับถ่าย รวมถึงสภาพอารมณ์และความเครียดในแต่ละวัน ส่วนการสัมผัสและจับชีพจร จะตรวจสอบจุดเจ็บ ความร้อนหรือเย็นในร่างกาย รวมถึงชีพจรที่มีลักษณะต่าง ๆ ซึ่งบอกความสมดุลของร่างกายในแต่ละด้าน สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการรวบรวมข้อมูลทั้ง 4 วิธีนี้มาประกอบกันเพื่อวินิจฉัย โดยแพทย์แผนจีนจะไม่ตัดสินใจจากชีพจรเพียงอย่างเดียว ทำให้การตรวจนั้นแม่นยำและครอบคลุมกว่ามาก การเรียนรู้วิธีตรวจเหล่านี้ทำให้ผมเห็นว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมีความสำคัญมาก เพราะปัญหาสุขภาพหลาย ๆ อย่างมักสัมพันธ์กัน หากเรารู้จักฟังร่างกายและตรวจสอบอย่างละเอียด ก็ช่วยให้รับมือและรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นอย่างแน่นอน
