ดัดแปลงจากนิยายของ คาซึโอะ อิชิงุโระ
นักเขียนรางวัลโนเบลและนักเขียนบทภาพยนตร์
ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์
ในวันฝนตก หลายปีหลังการจากไปของลูกสาวคนโต
เอ็ตสึโกะ ได้ตัดสินใจเล่าเรื่องราวในอดีต ให้นิกิ ลูกสาวคนเล็กผู้เป็นนักเขียนฟัง
ย้อนกลับไปยังนางาซากิ ปี 1952 ช่วงเวลาที่เอ็ตสึโกะยังเป็นสาวสวย
และสงครามกำลังเริ่มต้นขึ้น ที่นั่น เธอได้พบกับ ซาจิโกะ
หญิงสาวผู้หวังจะหนีไปเ ริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน
พร้อมกับ มาริโกะ ลูกสาวตัวน้อยที่ชอบพูดถึง “ผู้หญิงประหลาด”
ที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใคร
เรื่องราวของความรักที่ซ่อนความลับที่เธอไม่เคยบอกใครกำลังจะถูกเปิดเผย
16 ตุลาคมในไทย
ถ้าใครกำลังเล็ง “A Pale View of Hills (ลางรักที่กลางเขา)” แล้วอยากรู้ว่าหนังโทนไหน ดูยากไหม หรือเหมาะกับใคร เราว่าคีย์เวิร์ดที่ช่วยเตรียมใจได้ดีที่สุดคือ “ความทรงจำ” กับ “ความลับ” เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เล่าแบบตรงๆ แต่ค่อยๆ พาเราไปแกะสิ่งที่ตัวละครเลือกจะพูด/ไม่พูด (และบางที…อาจ “โกหกตัวเองเพื่อหลบซ่อนจากความจริงที่ยากจะเผชิญ” ด้วย) พล็อตหลักจะตามเอ็ตสึโกะที่เล่าอดีตให้นิกิ ลูกสาวคนเล็กฟัง ย้อนกลับไปนางาซากิปี 1952 หลังสงคราม ช่วงที่เมืองยังมีบาดแผล และผู้คนพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตรงนี้หนังให้อารมณ์หม่นๆ เงียบๆ แต่กดดัน เหมือนเรากำลังนั่งฟังใครสักคนเล่าเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าจริงแค่ไหน ระหว่างเรื่องจะมีตัวละครซาจิโกะกับลูกสาวมาริโกะ (ที่พูดถึง “ผู้หญิงประหลาด”) ซึ่งเป็นเส้นเรื่องที่ชวนขนลุกแบบเบาๆ และทำให้เราอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังถูกพูดถึง สิ่งที่เราชอบคือธีม “แม่” และความคาดหวังต่อผู้หญิงในช่วงเวลานั้น มันไม่ได้ดราม่าตะโกน แต่เป็นดราม่าที่เจ็บลึกจากการตัดสินใจเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน บางฉากเหมือนจะพูดเรื่องความรัก แต่จริงๆ พูดเรื่องความอยู่รอด และคำถามว่าเราจะ “ทิ้งทุกอย่าง” เพื่อเริ่มใหม่ได้ไหม โดยเฉพาะคนที่มีลูกแล้ว แนะนำให้ดูแบบไม่เร่งรีบ และอย่าหวังจังหวะเฉลยแบบหนังสืบสวน เพราะเสน่ห์คือการปล่อยให้ภาพ/คำพูดค่อยๆ สะสมความหมาย ใครชอบหนังบรรยากาศนิ่งๆ แต่หนักทางอารมณ์ ชอบงานดัดแปลงจากนิยาย หรือสนใจเรื่องราวหลังสงครามในญี่ปุ่น น่าจะอินมาก ก่อนเข้าดู (16 ต.ค. ในไทย) เราแนะนำ 3 อย่าง: 1) ตั้งใจฟังบทสนทนา เพราะหลายประโยคมีนัยซ่อนอยู่ 2) สังเกตว่าตัวละคร “หลบเลี่ยง” คำถามอะไรบ้าง 3) อย่าด่วนตัดสินตัวละครเร็วเกินไป เพราะเรื่องนี้เล่นกับมุมมองและความทรงจำตลอด ถ้าใครดูแล้วอยากคุยต่อ ลองแลกกันได้เลยว่า “ผู้หญิงประหลาด” ในเรื่อง สำหรับคุณคือใคร และคุณเชื่อคำเล่าของเอ็ตสึโกะแค่ไหน