Slbling&ES

คือนี่เป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก คือใช้slbling มาตลอด แล้วประเด็นมันหมด เลยลองซื้อเจลล้างหน้าของES มาใช้ เอาจริงๆนะ ต่างกันไม่มากเลย ต่างกันตรงเนื้อ คือslblingจะออกเจลๆ ส่วนES จะเหลวหน่อยเวลาเทต้องระวัง 5555 ส่วนตอนล้างคือ ES จะรู้สึกเหมือนล้างออกไม่หมด แต่จริงๆมันดีนะ สรุป เอาง่ายๆ ทดแทนกันได้ หน้าไม่เอี๊ยด เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย #เจลล้างหน้าsibling #เจลล้างหน้าes #SkincareReview #เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

2025/11/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังลังเลว่า Slbling ผิวแพ้ง่ายใช้ได้มั้ย หรือถ้า Slbling หมดแล้วจะเปลี่ยนไปใช้ ES ได้ไหม เราขอเล่าประสบการณ์แบบละเอียดขึ้นจากที่ลองสลับใช้ช่วงหนึ่งค่ะ อย่างแรกที่รู้สึกชัดคือ “เนื้อผลิตภัณฑ์” Slbling จะออกแนวเนื้อเจล จับแล้วหนืดนิดๆ คุมปริมาณง่าย บีบเท่าไรก็ได้ตามต้องการ ส่วน ES จะเหลวกว่า เวลาเทใส่มือแนะนำให้ “เปียกมือก่อนนิดนึง” แล้วค่อยเท จะช่วยให้เนื้อไม่ไหลหกไว (โดยเฉพาะตอนล้างหน้าที่รีบๆ) เรื่องฟอง ทั้งสองตัวฟองพอประมาณ ไม่ได้ฟูเวอร์แบบโฟมล้างหน้าที่ทำให้หน้าแห้งตึง เราจะชอบแนวนี้เพราะผิวแพ้ง่ายมักแพ้ “แรงล้าง” มากกว่าที่คิด วิธีใช้ที่เวิร์กสำหรับเราคือ ถูที่ฝ่ามือให้เนื้อกระจายก่อน แล้วค่อยนวดบนหน้าเบาๆ 30–45 วินาที พอ ไม่ต้องนานจนผิวระคายเคือง หลายคนอาจกังวลเหมือนเราเรื่อง ES ล้างแล้วเหมือนยังลื่นๆ อยู่ เลยแอบคิดว่า “ล้างออกไม่หมด” แต่จากที่ใช้จริง ผิวเราไม่ได้อุดตันเพิ่ม และไม่เอี๊ยดด้วย ความลื่นนั้นสำหรับเราเหมือนเป็นความชุ่มชื้นหลังล้างมากกว่า แนะนำให้ลองปรับวิธีล้างคือ ล้างน้ำเปล่าให้ทั่ว 2 รอบ และเน้นบริเวณไรผม/ข้างจมูก/คางอีกนิด จะสบายใจขึ้น สำหรับคนผิวแพ้ง่าย เราว่าจุดสำคัญคือหลังล้างหน้า “ต้องไม่ตึง ไม่แสบ ไม่แดง” ทั้ง Slbling และ ES ทำได้ดีในมุมนี้ ตื่นมาหน้าไม่แห้งลอก และแต่งหน้าต่อแล้วไม่เป็นขุยง่าย ทิปเล็กๆ ถ้าวันไหนแต่งหน้าจัดหรือกันแดดแน่นๆ เราแนะนำให้เช็ดเมคอัพ/คลีนซิ่งก่อน แล้วค่อยตามด้วย Slbling หรือ ES จะลดโอกาสสิวอุดตันได้มากกว่าการหวังให้เจลล้างหน้าล้างหมดในรอบเดียว สรุปในมุมเรา: ถ้าชอบเนื้อเจล คุมปริมาณง่าย เลือก Slbling ได้เลย แต่ถ้าหาอะไรทดแทนช่วงของหมด ES ก็ใช้แทนได้สบายๆ เพราะทั้งคู่ล้างแล้วหน้าไม่เอี๊ยด ฟองพอประมาณ และเหมาะกับผิวแพ้ง่ายเหมือนกันค่ะ

ค้นหา ·
เจลล้างหน้า es