โดน 💜
ก่อน "ตำหนิ" ใคร สำรวจตัวเองก่อน
เราดีกว่าคนที่เรากำลังพูดถึงแค่ไหน
นิสัยชอบจับผิด ช่างติ ค่อนแคะไปทั่ว
จะทำให้เราดูเป็นคน “เยอะ”
และไม่มีใครอยากอยู่ใกล้
คนที่มองเห็นแต่ข้อบกพร่องของคนอื่น
แต่ลืมไปว่าตัวเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
เขาเรียก “หลงตัวเอง”
หัดเข้าใจเหตุผลคนอื่นด้วย
ไม่ใช่อ้างว่า “หวังดี”
แต่ใช้คำพูด ที่ไม่สร้างสรรค์
โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเราคนเดียว
ทุกคนมีเหตุผลในการกระทำเสมอ
ถ้าอยากบอก อยากเตือน อยากสอน
ให้ลองทำความเข้าใจในจุดที่เขาเป็นก่อน
ไม่มีใครดีสุดขั้ว หรือชั่วจนไม่มีดี
เราเองก็มีบางมุมที่คนอื่นรับไม่ได้เช่นกัน
ติเพื่อก่อ กับ จ้องจับผิด มันต่างกัน
อย่าคิดว่าคนอื่นดูไม่ออก
จำไว้ว่า… สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคนอื่น
สะท้อนถึงจิตใจ และ สันดานของตัวเราเอง
อย่า “เหยียบคนอื่นให้ต่ำ”
เพียงเพราะอยากให้ตัวเองดูสูงขึ้น
ก่อนตำหนิใคร ส่องกระจกดูตัวเองก่อน
ถ้าไม่ได้ดีกว่าเขาเท่าไหร่
ก็หุบปากไว้ ดีที่สุด!
Cr. PuiPinnarat
หลายครั้งที่เราเคยพบเจอคนที่ชอบวิจารณ์หรือจับผิดคนอื่นโดยไม่พิจารณาตัวเองก่อน ในเชิงจิตวิทยา นิสัยชอบตำหนิผู้อื่นมากเกินไปมักสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในตัวเอง หรือความรู้สึกอยากควบคุมสถานการณ์ ทำให้คนรอบข้างรู้สึกอึดอัดและไม่ประสงค์ดีต่อผู้ที่ชอบวิจารณ์เหล่านั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องฝึกฝนการมองเห็นข้อดีและความเป็นมนุษย์ในตัวคนอื่น เช่นเดียวกับที่เราจะต้องยอมรับว่าตัวเองก็มีข้อบกพร่องเหมือนกัน การเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมของผู้อื่นจะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในสังคม ในแง่ของการสื่อสาร หากเราต้องการแนะนำหรือเตือนใคร ควรใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์และแสดงความเข้าใจแทนการวิจารณ์ ช่วยให้ข้อความที่ส่งออกไปเป็นไปในทางบวกและเกิดประโยชน์ ทั้งยังเป็นการฝึกวินัยในการพูดและฟังซึ่งจะช่วยพัฒนาตนเองในระยะยาว นอกจากนี้ การตระหนักว่าสิ่งที่เราพูดถึงผู้อื่นนั้นสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจและบุคลิกภาพของเราเอง จะช่วยให้เราควบคุมคำพูดและการกระทำได้ดียิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำผู้อื่นเพียงเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น ท้ายที่สุด ก่อนจะตำหนิใคร การมองย้อนกลับมาดูตัวเองว่าเราดีกว่าหรือพร้อมที่จะแนะนำผู้อื่นหรือไม่ จะเป็นการสร้างความเคารพและความมั่นใจให้กับตัวเอง อีกทั้งยังส่งเสริมสังคมที่เข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

ส่งงานค่ะ