พาลูกๆ (หมาแมว) ไปฝังไมโครชิพมาค่าาา! 💉

บ้านเราเพิ่งพาน้องเจสซี่กับโอลาฟไปฝังไมโครชิพกันมาเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ เนื่องจากบ้านเราอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ทางกทม.จะเริ่มบังคับใช้ข้อบัญญัติใหม่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และหนึ่งในข้อบัญญัติพาลูกๆ (หมาแมว)

ของน้องเจสซี่ เราพาไปฝังที่ /โรงพยาบาลสัตว์ เมกะ บางนา Mega Bangna Animal Hospital อยู่ใกล้ๆกับ Mega Bangna เลย พาเด็กๆเดินเล่นกันเสร็จก็แวะไปกันก่อนกลับบ้าน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 299 บาท ไม่มีบวกเพิ่มค่ะ

ส่วนน้องโอลาฟ เราพาไปฝังที่ /Happy Pet Hospital โรงพยาบาลสัตว์แฮปปี้เพ็ท พอดีตอนนั้นเห็นบนหน้าเฟสบุ๊คของทางโรงพยาบาลว่ามีบริการฝั่งไมโครชิพฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆค่ะ (ตอนนี้สิทธิ์ฝังไมโครชิพฟรีน่าจะเต็มแล้วนะคะ)

การฝังไมโครชิพใช้เวลาไม่นานเลย คุณหมอจะมีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้เด็กๆก่อนฝัง สแกนดูให้แน่ใจว่าเด็กๆไม่ได้มีการฝังไมโครชิพมาก่อน เช็ครหัสไมโครชิพที่จะฝังว่าตรงกันกับหน้าซองมั้ย ฝังเสร็จแล้วก็จะสแกนเด็กๆดูอีกทีว่ารหัสไมโครชิพขึ้นมั้ย เสร็จแล้วทางโรงพยาบาลจะออกเอกสารใบรับรองมาให้ด้วยนะคะ

เด็กๆไม่มีอาการเจ็บอะไรใดๆ เหมือนไม่รู้สึกเลย มีแต่พ่อหมาแม่แมวที่กลั้นหายใจลุ้นอยู่ข้างๆ กลับมาบ้านกิน นอน เล่นได้ตามปกติเลยค่ะ

ปล. ก่อนฝังไมโครชิพควรงดอาบน้ำ 2 วัน ส่วนหลังฝังไมโครชิพควรงดอาบน้ำ 5-7 วันนะคะ

#สัตว์เลี้ยง #ฝังไมโครชิพ #Petmicrochip #สัตว์เลี้ยงน่ารัก #สงครามสัตว์เลี้ยง

2025/8/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเห็นคำว่า “ไมโครชิพติดตามตัว” แล้วแอบเข้าใจว่าเหมือน GPS ติดตัวน้องหมาน้องแมวเลย แต่จากที่เราไปฝังไมโครชิพมาเอง (ทั้งน้องหมาและน้องแมว) ขอเล่าแบบเข้าใจง่ายๆ นะคะว่าไมโครชิพ “ไม่ได้” ส่งพิกัดแบบเรียลไทม์ค่ะ ไมโครชิพสัตว์เลี้ยงเป็นชิพเล็กๆ ขนาดประมาณเม็ดข้าวสาร ฝังไว้ใต้ผิวหนัง (ส่วนใหญ่บริเวณหลังคอ/หัวไหล่) แล้วชิพจะมี “เลขประจำตัว” ของน้อง เมื่อมีคนเจอสัตว์หลงหรือโรงพยาบาลสัตว์รับเคส ก็จะใช้เครื่องสแกนอ่านเลขนี้ จากนั้นเอาเลขไปตรวจในระบบ/ฐานข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อดูข้อมูลเจ้าของและติดต่อกลับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมไมโครชิพช่วย “ตามตัว” ได้—เพราะช่วยยืนยันตัวตนและเชื่อมกลับมาหาเจ้าของได้ค่ะ ถ้าถามว่าไมโครชิพช่วยตามหาน้องได้เมื่อไหร่? คำตอบคือ “เมื่อมีคนพาน้องไปสแกน” เช่น เจอแล้วพาไปคลินิก/โรงพยาบาลสัตว์/หน่วยงานที่มีเครื่องอ่านชิพ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญมากๆ คือ 1) ต้องลงทะเบียนข้อมูลให้เรียบร้อย และ 2) อัปเดตเบอร์โทร/ที่อยู่เสมอ (ย้ายบ้าน เปลี่ยนเบอร์ อย่าลืมแก้) ก่อนพาไปฝัง แนะนำเตรียมตัวประมาณนี้ค่ะ: พาน้องไปวันที่สุขภาพโอเค ไม่ป่วย ไม่ซึม และถ้าน้องตื่นกลัวง่าย พกขนมหรือของโปรดไปช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีมาก (ของเรากลั้นหายใจลุ้นยิ่งกว่าน้องอีกค่ะ) ขั้นตอนจริงใช้เวลาไม่นาน คุณหมอจะตรวจสุขภาพเบื้องต้น สแกนเช็กว่ามีชิพเดิมไหม แล้วฝัง จากนั้นสแกนซ้ำให้เห็นเลขชัดๆ และมักมีใบรับรองให้เก็บไว้ หลังฝังไมโครชิพ เราดูแลแบบนี้ค่ะ: งดอาบน้ำตามที่คุณหมอแนะนำ (บ้านเราทำตามคือก่อนฝังงด 2 วัน หลังฝังงด 5–7 วัน) ช่วง 1–2 วันแรกคอยสังเกตบริเวณที่ฝังว่ามีบวม แดง เจ็บ หรือเกาหนักผิดปกติไหม ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตปกติ กิน นอน เล่นได้เหมือนเดิมค่ะ สรุปสั้นๆ สำหรับคนลังเล: ถ้าคุณต้องการ “ตัวช่วยยืนยันเจ้าของ” เวลาเกิดเหตุหลง ไมโครชิพคุ้มมาก แต่ถ้าต้องการ “ติดตามพิกัดแบบ GPS” ต้องใช้อุปกรณ์อีกแบบ เช่น ปลอกคอ GPS/แท็กติดตามแทนค่ะ (และจะมีค่าใช้จ่าย/การชาร์จแบตเพิ่ม) ทริกเล็กๆ ที่เราแนะนำเพิ่ม: นอกจากฝังไมโครชิพแล้ว ทำป้ายชื่อพร้อมเบอร์โทรติดปลอกคอไว้ด้วย จะช่วยให้คนเจอโทรหาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสแกนค่ะ