ภูทับเบิกอีกครั้ง 🛵🍃⛰️
ชอบตอนขับมอเตอไซค์มากเพราะได้สัมผัสบรรยาข้างทางมากๆ 🛵 #เที่ยวภูทับเบิก #ชอบเที่ยวธรรมชาติ #ไปเที่ยว
ใครกำลังแพลน “ขับมอไซค์ไปภูทับเบิก” บอกเลยว่าเสน่ห์ที่สุดคือระหว่างทางค่ะ พอเป็นมอเตอร์ไซค์จะได้กลิ่นป่า ลมเย็นๆ และเห็นวิวแบบไม่ถูกกระจกกั้น แต่อยากแชร์ทริปแบบใช้งานได้จริง เผื่อช่วยให้ขี่ขึ้นเขาได้สบายและปลอดภัยขึ้น ก่อนออกเดินทางฉันจะเช็กสภาพรถแบบเร็วๆ แต่สำคัญมาก: ดอกยาง/ลมยาง, เบรกหน้า-หลัง, น้ำมันเครื่อง, ไฟหน้า-ไฟท้าย และแตร (ทางเขามีโค้งเยอะ ใช้แตรเตือนช่วยได้) แล้วเติมน้ำมันให้เต็มถังตั้งแต่ก่อนเริ่มไต่เขา เพราะปั๊มระหว่างทางอาจไม่ได้มีถี่มากเหมือนในเมือง ถ้ามีเสื้อกันฝนแบบพกพาแนะนำให้ใส่กระเป๋าไว้เลย อากาศบนภูเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะช่วงบ่าย เรื่องเส้นทาง ขี่ตาม Google Maps ได้ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมใจคือ “โค้งต่อเนื่อง + ทางชัน” พยายามรักษาความเร็วคงที่ ไม่เร่งตอนกลางโค้ง และเว้นระยะห่างจากคันหน้าเยอะๆ เวลาเจอรถใหญ่หรือรถทัวร์ ให้ชะลอและอยู่เลนตัวเอง ไม่ตัดโค้งเด็ดขาด จุดที่ฉันชอบทำคือใช้เกียร์ต่ำช่วย (โดยเฉพาะช่วงลงเขา) จะช่วยลดการกดเบรกยาวๆ แล้วเบรกไม่ร้อนเกินไป ระหว่างทางมีจุดที่เหมาะแวะพักหลายจุด เลือกที่มีไหล่ทางกว้างและปลอดภัยก่อนค่อยจอด ถ้าตั้งใจไปดูวิว/ถ่ายรูป แนะนำพกน้ำเปล่าและของกินรองท้องเล็กๆ เพราะขี่ทางเขาใช้พลังงานมากกว่าปกติ พอแวะพักได้ยืดเส้นยืดสาย จะลดอาการล้าจากการกำแฮนด์นานๆ ด้วย ช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกว่าขี่ฟินคือเช้าตรู่หรือช่วงเย็น อากาศไม่ร้อน แสงสวย และรถไม่แน่นเท่าช่วงสายๆ แต่ถ้าไปหน้าฝนต้องระวังพื้นลื่น กรวดทรายตามโค้ง และหมอกลงจัด ทำให้ระยะมองเห็นสั้น ควรเปิดไฟหน้าไว้ตลอดและขี่ช้าลงอีกระดับ ปลายทางบนภูทับเบิก ถ้าอยากได้บรรยากาศธรรมชาติจริงๆ ลองใช้เวลาช้าๆ เดินดูวิว สูดอากาศเย็นๆ แล้วค่อยกลับ อย่าลืมวางแผน “ขากลับ” ด้วยนะคะ เพราะลงเขาถึงจะดูง่ายกว่า แต่ถ้าเผลอใช้เบรกหนักๆ จะเหนื่อยและเสี่ยงกว่าเดิม สำหรับฉันทริปขี่มอไซค์ขึ้นภูทับเบิกคือความสุขเรียบๆ ที่ได้อยู่กับถนน ลม และวิวตลอดทางจริงๆ







