ลงเพลงท่อนฮุกไม่ได้เพราะ ตต ไม่ให้อ่ะ 5555 ท่อนนี้มันจอยไม่เท่าช่วงแรกๆ เพราะใกล้จบเพลงแล้ว 😂
.
Let this be the end คือเพลงที่แต่งกับน้องอีกคนนึง ในวันที่เรื่องราวในชีวิตมันช่างมากมายเหลือเกิน 5555 เรารู้สึกว่าพอฟังมันเล่าแล้วก็อยากแต่งเพลงให้มันสักเพลง
.
มู้ดคืออยากเป็นเพลงที่เวลาเราอยู่คนเดียว แล้วมันหงุดหงิดแบบข้างในแทบจะระเบิด อยากจะจบความสัมพันธ์ที่มันไม่ไหวจะเคลียร์แล้ว แต่ก็ยังวนกลับมาที่คำสัญญา แบบเดิมเดิมๆที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แล้วเพลงเนี่ยเป็นตัวแทนที่อยากให้ทุกคนกล้าที่จะเดินออกมาจากความสัมพันธ์แย่ๆ
.
แนะนำว่าเปิดฟังในลำโพงนะคะโคตรจะมันส์ ลำโพงรถก็ได้เอาแบบโอบล้อมเลย 555 เหยียบสนุกแน่นอน🤣
.
เพลงนี้อยู่ในกองดองมาได้ปีกว่า ตอนแรกคุยกับน้องว่ามึงมาเดบิวต์ด้วยกันไหม ทำเองเนี่ยแหละ5555 สรุปตอนนั้นทุกคนยุ่งมากเราเลยไม่ได้ทำกันต่อ ตอนนี้เพลงออกมาแล้วนะโว้ย
.
🫶🏻 ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่เข้ามาฟังเพลงของเรา เวอร์เต็ม เอาชื่อช่องไปเสิชในสตรีทได้เลยน้า
.
Credit beat: @mickkasidis
.
#แต่งเพลง #เพลงแต่งเอง #เทรนด์วันนี้ #เพลงใหม่มาแรง #drivingmusic
ประสบการณ์การฟังเพลง Let This Be The End ทำให้ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับอารมณ์ที่ผู้แต่งต้องการสื่อสารอย่างชัดเจน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในความสัมพันธ์ที่ยากจะเคลียร์ บางครั้งความรู้สึกในใจมันแทบจะระเบิด และการที่จะปล่อยมือจากความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้ง่ายเลย เพลงนี้เหมือนเป็นตัวแทนให้คนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน ได้มีแรงใจและกล้าที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากความสัมพันธ์ที่ไม่ก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อนฮุกที่ติดลิขสิทธิ์ TikTok ไม่อนุญาตให้ลง ถือเป็นข้อจำกัดในยุคดิจิทัล แต่เมื่อนำเพลงมาเปิดในลำโพงรถยนต์ที่โอบล้อม ก็สร้างบรรยากาศและพลังของเพลงได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้รู้สึกอินและเหยียบสนุกตามอย่างแท้จริง การปล่อยเพลงที่เก็บไว้นานกว่า 1 ปี สะท้อนถึงความตั้งใจและความอดทนในการสร้างสรรค์ของนักแต่งเพลง ที่แม้จะยุ่งมาก แต่ก็ไม่ทิ้งความฝันและผลงานนี้จนสำเร็จ ส่งเสริมให้คนฟังเข้าใจว่าเบื้องหลังของเพลงใหม่ๆ มีเรื่องราวและความพยายามมากมาย สุดท้ายเพลงนี้ยังแนะนำให้ใช้เป็นเพลงขณะขับรถ เพื่อเพิ่มความสนุกและจังหวะ พร้อมกระตุ้นให้ผู้ฟังปลดปล่อยความรู้สึกและเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจ



















