รู้ตัวว่าชอบเพศเดียวกัน

- (วัยเด็ก) ช่วงนั้นจำได้ว่า เรามีแต่เพื่อน ผญ ในระแวกบ้านและโรงเรียน เรารู้สึกตั้งแต่ อนุบาล ว่าเราชอบเล่นกับเพื่อนผญ. มากกว่าพวก ผช. ที่ชอบเล่นเจ็บๆ รุนแรง

- (วัยรุ่น) ช่วงมัธยม ตอนนั้นเหมือนเราก็เริ่มที่ตะแสดงจุดยืนของเราอย่่างชัดเจน ขอบอกก่อนว่าตอนช่วงนั้น เรารู่จักแค่ กระเทย ยังไม่รู้จักคำว่าเกย์ เราก็เพิ้งมารู้ตัวก็ตอนเป็นเกย์นี้แหละ ว่าเราเป็นประเภทเกย์หวาน เพราะตอนนั้นเพื่อนเราแต่ละคน เริ่มที่จะไว้ผมยาว กินฮอโมน ยาคุม แต่เราไม่ชอบ

เป็นช่วงที่สับสนสุดๆ เราชอบ ผช. เเต่เราไม่อยากแต่งหญิง

ตอนนั้นครอบครัวเรา ยังรับไม่ได้มาก แต่ก็ไม่ถึงกับรังเกรียด ถือว่าเราก็ยังโชคดี

- (วัยปัจจุบัน) บอกก่อนว่าเราเกิด คศ. 1997 ปัจจุบันตอนนี้ 28-29 ปีแล้ว เราก็หาตัวตนและได้ไปเจอโลกของเรา สังคมแบบเรา ที่มีทั้งรุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน หรือ รุ่นแม่ๆ ที่คอยสอน คอยพาเราเข้าสู่โลกของพวกเรา ครอบครัวก็ยอมรับเราได้มากยิ่งขึ้น เวลาแม่เราโม้แถวบ้าน ก็จะบอกว่าเราสวยได้แม่ เราดีใจมากที่แม่ยอมรับเราแบบเต็มที่สักที

เอาเป็นว่าเกย์ไม่ใช่โรคนะ ที่จะกินยาแล้วหาย การที่เพศอย่างเราโดนบู้บี้ มาตลอดมันก็แค้นอยู่ข้างในนั้นแหละ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ สักพักก็ลืมและ แต่อารมณ์ ณ ตอนนั้นมันเจ็บ ยังไงใครที่อ่านมาจนจบ อยากให้รู้ไว้ว่า หัวใจเราเจ็บเป็นนะ ❤️ พวกเรายามแก่ตัว ไม่มีใครจะมาดูแลเราเหมือนมีลูกหลาน พวกเราดูแลกันเอง อย่าบู้บี้พวกเราเลย🤗🤗

#lgbtq #เกย์ #ความรัก #เพศหลากหลาย #เพศทางเลือก

3/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการรู้ตัวว่าชอบเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลายคน โดยเฉพาะในสังคมที่ยังมีการตีตราและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพศทางเลือก หลายคนเริ่มต้นด้วยความสับสนและความกลัวในวัยเด็กหรือวัยรุ่นเหมือนที่ผู้เขียนเล่าไว้ว่า รู้สึกชอบคุยและเล่นกับเพื่อนผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในขณะที่บรรยากาศรอบข้างยังไม่เปิดกว้าง สำหรับผมเองก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างและพยายามซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ ด้วยความกลัวว่าจะถูกตัดสินหรือไม่ได้รับการยอมรับ และพบว่าการลงมือค้นหาชุมชน LGBTQ+ ช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว มีทั้งการสนับสนุนและความเข้าใจที่สำคัญมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคนคือการยอมรับตัวเองและการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง ครอบครัวที่เข้าใจและสนับสนุนจะช่วยสร้างความมั่นใจและความสุขในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ตัวเองในสังคมก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดอคติและส่งเสริมความเข้าใจในเรื่องเพศหลากหลาย สุดท้ายนี้ การเคารพและยอมรับในความแตกต่างของแต่ละคนถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและอบอุ่นอย่างแท้จริง อย่าลืมว่า "เกย์ไม่ใช่โรค" และทุกคนสมควรได้รับความรักและความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน