จ่ายกองทุนฌาปนกิจมาแล้วสิบปี ขอคืนไม่ได้
ทำไมเงินสมาคมฌาปนกิจจึงไม่ใช่เงินออมที่ขอคืนได้ แม้จะจ่ายมานานนับสิบปี?
.
ข้อแรก เจตนารมณ์ทางกฎหมายบอกไว้ เงินที่ส่งเข้าสมาคมคือการ "ให้" เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิก ไม่ใช่การ "ฝาก" เพื่อตัวเอง และไม่ใช่การ "ออมเงิน" เพื่อหวังผลกำไร
.
เมื่อเงินก้อนนั้นถูกส่งไปช่วยงานศพคนอื่นไปแล้ว กฎหมายจึงไม่ได้ระบุ ให้สมาคมต้องคืนเงินสะสมให้เมื่อเราลาออก เพราะเงินไม่ได้ถูกเก็บไว้ในบัญชีส่วนตัวของเรา ต่อให้เราจะส่งมานาน 30-40 ปีก็ตาม
.
ในเชิงของโครงสร้างการเงิน สมาคมฌาปนกิจจะเน้นสภาพคล่องแบบเดือนต่อเดือนโดยไม่มีการตั้งเงินสำรองสำหรับอนาคตระยะยาว เงินที่ส่งเข้ามาจะถูกแบ่งเป็นค่าดำเนินงานสมาคมเพียงเล็กน้อย (กฎหมายกำหนดไม่เกิน 10-15%) ส่วนที่เหลือจะถูกฝากธนาคารไว้เพื่อรอจ่ายออกทันทีที่มีสมาชิกเสียชีวิต ไม่สามารถนำไปปันผลหรือลงทุนทำธุรกิจเพื่อหาผลกำไร ทำให้ไม่มีเงินงอกเงยเป็นมูลค่าสะสมคืนเป็นเงินออมให้กับสมาชิกแต่ละคนครับ
.
นอกจากนี้ หากเปิดให้สมาชิกทุกคนถอนเงินคืนได้ตามใจชอบ เงินที่จะเหลือไปช่วยครอบครัวคนอื่นก็จะหมดลง นำไปสู่การล่มสลายของสมาคมในที่สุด กระทบกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่ต้องการที่พึ่งพิงทางการเงินในยามสูญเสียไปด้วย
.
เมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตภายใต้การกำกับของ คปภ. บริษัทจะนำเบี้ยประกันส่วนหนึ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมั่นคงมาก เช่น พันธบัตรรัฐบาล การลงทุนนี้เองที่ทำให้เกิดมูลค่าเงินสดในเล่มกรมธรรม์ ที่สมาชิกสามารถกู้ยืมหรือเวนคืนออกมาได้เป็นเงินออม
.
ระบบประกันชีวิตจะใช้วิธีคำนวณเบี้ยประกันโดยดูจากความน่าจะเป็นในการเสียชีวิตและมูลค่าของเงินตามกาลเวลา อีกทั้งเงินที่บริษัทเก็บไปจะถูกนำไปตั้งเป็นเงินสำรองตั้งแต่วันแรก เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินจ่ายให้เราในอนาคตแน่นอนโดยไม่ต้องรอเงินจากลูกค้าใหม่
.
ข้อสำคัญ บริษัทประกันชีวิตมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเงินกองทุนสำรองในระดับที่สูงมาก เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะต้องมีเงินจ่ายให้ลูกค้าเก่าจนครบสัญญา ต่างจากสมาคมฌาปนกิจที่ค วามอยู่รอดจะขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่ยังจ่ายเงินสม่ำเสมอ หากวันหนึ่งคนรุ่นใหม่สมัครน้อยลง แต่สมาชิกเก่าเสียชีวิตเพิ่มขึ้น (เหมือนสถานการณ์สังคมสูงวัยในปัจจุบัน) ภาระของคนที่เหลือจะสูงขึ้นจนแบกไม่ไหว และเมื่อคนเริ่มพากันลาออก เงินในกระเป๋าสมาคมก็จะติดลบอย่างรวดเร็วเพราะไม่มีคนใหม่มาช่วยจ่ายให้คนเก่านั่นเอง
.
ต้องบอกว่าการที่ขอเงินคืนจากสมาคมฌาปนกิจไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสมาคมเอาเปรียบ แต่เป็นเพราะโครงสร้างระบบที่ออกแบบมาเพื่อการช่วยเหลือเกื้อกูลทางสังคม เมื่อเราเลือกเดินเข้าสู่ระบบนี้ จึงต้องเข้าใจว่าเรากำลังทำบุญช่วยเหลือสังคมล่วงหน้า โดยหวังว่าระบบนี้จะยังมั่นคงพอที่จะกลับมาช่วยครอบครัวเราในวันสุดท้ายครับ
.
การวางแผนที่ดีจึงควรมีการกระจายความเสี่ยง ไม่ควรฝากความหวังไว้ที่สวัสดิการรูปแบบเดียว การออมทรัพย์ส่วนตัวหรือการทำประกันชีวิตที่มีเงินสำรองตามกฎหมายควบคู่กันไป จะเป็นเกราะป้องกันที่มั่นคงที่สุดให้คนข้างหลังครับ




































