自動翻訳されています。元の投稿を表示する

テンメインヘア製品のレビュー美しい髪は、光の価格で高価に見えます。 ✨✅

2025/9/16 に編集しました

... もっと見るหลังจากทำสี+ไดร์บ่อย ผมคือแห้ง ชี้ฟู และปลายแตกง่ายมาก เลยลองหาตัวช่วยแบบ “ซอง” ที่หยิบง่าย ราคาเบา ๆ แล้วไปเจอ 2 ตัวที่คนเสิร์ชกันเยอะคือ Bio Gold Super Treatment Cream (ซองสีทอง) กับ Green Bio Active Keratin Shampoo (ซองสีแดง) เลยอยากมาแชร์แบบละเอียดขึ้น เผื่อใครกำลังลังเลค่ะ 1) Bio Gold Super Treatment Cream (Color Care & Volume) ใช้แล้วเป็นยังไง? สำหรับเรา จุดเด่นคือความ “ผมนุ่มลื่นแบบทันที” หลังล้างออก และช่วยให้ผมดูมีน้ำหนักขึ้น ไม่ฟูเหมือนเดิม ที่รู้สึกชัดคือวันถัดไปผมจัดทรงง่ายขึ้น ปลายผมดูไม่แห้งกรอบ และผมทำสีดูเงากว่าเดิมนิดนึง (เหมือนช่วยล็อคสีให้ดูสวย ไม่ซีดไว) เหมาะมากกับคนที่เพิ่งผ่านเคมี เช่น ยืด ดัด กัดสี หรือทำสีบ่อย ๆ วิธีใช้ที่เราทำแล้วเวิร์ค: - สระผมแล้วบีบน้ำออกให้หมาดก่อน (สำคัญมาก) - ชโลมทรีทเมนต์เน้นกลางผม-ปลายผม เลี่ยงโคนถ้าหนังศีรษะมันง่าย - หมัก 3–5 นาทีวันรีบ ๆ หรือ 10 นาทีถ้ามีเวลา แล้วล้างออกให้สะอาด ทริค: ถ้าผมแห้งมาก ๆ ใช้หวีซี่ห่างหวีตอนชโลม จะช่วยให้เนื้อทรีทเมนต์เคลือบเส้นผมทั่วขึ้น 2) Green Bio Active Keratin Shampoo (Active Keratin) เหมาะกับใคร? ตัวนี้เป็นแชมพูที่ให้ฟีลทำความสะอาดได้ดี แต่ไม่ทำให้ผมเอี๊ยดจนแห้ง สำหรับคนผมผ่านเคมี เราชอบตรงที่สระแล้วผมไม่พันกันหนัก และพอใช้คู่กับทรีทเมนต์จะยิ่งเห็นความนุ่มชัดขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้แชมพูที่มี Keratin + D-Panthenol ช่วยให้ผมดูแข็งแรงขึ้นในระยะยาว วิธีใช้ให้ไม่แห้ง: - สระรอบแรกเอาคราบมัน/สเปรย์ออกก่อน - รอบสองนวดเบา ๆ 30–60 วินาที แล้วล้างออก - ตามด้วยทรีทเมนต์ทันที (โดยเฉพาะคนปลายผมแห้ง) จับคู่ยังไงให้เห็นผลไว? ถ้าผมเสียจากเคมี แนะนำ “แชมพูซองสีแดง + ทรีทเมนต์ซองสีทอง” เป็นคู่พื้นฐาน ใช้สัปดาห์ละ 2–4 ครั้งตามการสระผมของแต่ละคน วันไหนใช้ความร้อน (หนีบ/ไดร์) อย่าลืมลงกันความร้อนเพิ่ม จะช่วยล็อคความนุ่มได้นานขึ้น สรุปแบบคนใช้จริง: ถ้าอยากได้ผมดูแพงแบบงบหลักสิบ Bio Gold Super Treatment Cream คือช่วยเรื่องนุ่มลื่น-เงา-ลดฟูไวมาก ส่วน Green Bio Active Keratin Shampoo เหมาะเป็นตัวเปิดทางให้ผมไม่แห้ง แล้วค่อยไปจบด้วยทรีทเมนต์ค่ะ