รู้ไหม!? โลโก้ไหน ใครออกแบบ🤔

5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณเป็นสายดีไซน์หรือชอบส่องแบรนด์เหมือนกัน เวลาเห็นโลโก้ดังๆ แล้วรู้ว่า “ใครออกแบบ” จะยิ่งทำให้เราอ่านงานได้สนุกขึ้นมาก เพราะแต่ละชิ้นไม่ได้เกิดจากความสวยอย่างเดียว แต่มาจากโจทย์ธุรกิจ เวลา และไอเดียที่เฉียบจริงๆ 1) Paula Scher กับโลโก้ Citi: ทำไมถึงกลายเป็นเคสระดับตำนาน หลายคนเสิร์ชหา “paula scher citi logo” เพราะมันเป็นตัวอย่างคลาสสิกของงานที่ดูเรียบมาก แต่แก้ปัญหาแบรนด์ได้ตรงจุด โลโก้ Citi ที่มีครึ่งวงโค้งสีแดงเหมือนร่มเหนือคำว่า citi นั้น เล่าเรื่อง “Citicorp + Travelers” ได้ในภาพเดียว (ความรู้สึกของการคุ้มครอง/ประกัน) และใช้ฟอนต์ที่อ่านง่ายในทุกขนาด จุดที่น่าสังเกตคือ งานนี้ไม่ได้พยายามโชว์ลูกเล่นเยอะ แต่ชนะด้วยความชัด จำง่าย และเอาไปใช้ได้จริงในทุกสื่อ ตั้งแต่ป้ายธนาคารจนถึงแอปมือถือ 2) โลโก้ต่างๆ ทำไมบางอันอยู่ยาวเป็นสิบๆ ปี จากตัวอย่างโลโก้ดังอย่าง Nike, Starbucks, Coca‑Cola, Apple เราจะเห็นแพตเทิร์นร่วมกันคือ - รูปทรงจำง่าย: อย่าง Swoosh ของ Nike เห็นแว้บเดียวก็รู้ - ใช้งานได้หลายขนาด: ย่อเป็นไอคอนก็ยังอ่านออก/จำได้ - มีเรื่องเล่าแต่ไม่ซับซ้อน: Apple มีรอยแหว่งเพื่อไม่ให้สับสนกับผลไม้อื่น และทำให้รูปทรง “อ่าน” ได้เร็ว - คุมโทนแบรนด์สม่ำเสมอ: สี/รูปทรงไปกับทุกแพลตฟอร์มได้ 3) เทคนิคดูโลโก้แบบคนทำแบรนด์ (ลองทำตามเวลาเห็นโลโก้ไหนก็ได้) - ลองปิดชื่อแบรนด์ แล้วดูว่าเดาได้ไหมว่าเป็นธุรกิจอะไร - ซูมออกให้เล็กเท่าไอคอนมือถือ ยังชัดอยู่หรือเปล่า - ลองจินตนาการว่าพิมพ์สีเดียว (ขาว-ดำ) ยังสวยและชัดไหม - ดู “จุดเด่น 1 อย่าง” ที่ทำให้จำได้ เช่น โค้งสีแดงของ Citi หรือรอยแหว่งของ Apple 4) ถ้าอยากเอาไปใช้กับการออกแบบโลโก้ของตัวเอง จากเคสเหล่านี้ เราได้บทเรียนว่า เริ่มจาก “คีย์เวิร์ดแบรนด์” ก่อน (เช่น เชื่อถือได้ สนุก พรีเมียม เร็ว) แล้วค่อยแปลงเป็นรูปทรง/ตัวอักษรที่เรียบและคม อย่าลืมทำเวอร์ชันย่อย: โลโก้เต็ม, ไอคอน, และแบบขาวดำ เพราะสุดท้ายโลโก้ที่ดีต้องอยู่ได้ทั้งบนแพ็กเกจ ป้ายหน้าร้าน และออนไลน์ ถ้าชอบแนว “โลโก้ไหน ใครออกแบบ” ลองไล่ดูโลโก้รอบตัวในชีวิตประจำวัน แล้วเดาว่าดีไซเนอร์ตั้งใจแก้ปัญหาอะไรไว้ในสัญลักษณ์เล็กๆ นั้น บอกเลยว่าได้ไอเดียกลับมาใช้กับงานตัวเองเยอะมาก