เกือบไปแล้ว เกือบได้เอาของมากินเองแล้วไม่พอเสียตังด้วย😮💨
เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ 23:44 น. ลูกค้าได้มีการสั่งออเดอร์ส้มตำในราคา 300 กว่าบาทมีตำเห็ดรวม ตำถาดทั้งร้านข้าวเหนียวและน้ำเปล่า 2 ขวด ทางร้านทำอาหารเสร็จก็ได้เดินทางไปที่จุดที่ลูกค้าปักหมุดไว้ไปถึง00:08น.แต่พอถึงจุดแล้วได้ทำการโทรหาลูกค้าแต่โทรไม่ติดขึ้นว่าโอนสาย ก็โทรแล้วโทรเล่าจนโทรครั้งสุดท้าย 00.26 น.ยอมรับเลยว่ามีอารมณ์หัวร้อน ผมก็ได้ส่งเรื่องขอยกเลิก order นี้แต่ดันมีคิวทั้งหมด 41 คิวจึงใช้เวลาค่อนข้างนานในการยกเลิก แล้วก็รอได้จนถึงเหลือ 36 คิวก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินลงมาทำทีท่าเหมือนว่าไม่ใช่ของตัวเองจนผมกลับมายืนรอที่รถแล้วชายหญิงคู่นั้นก็เดินมาถามผมว่าใช่ออเดอร์ 300 กว่าบาทหรือเปล่า
ผมก็บอกว่าใช่ ผมจึงถามกับไปว่าใช่ของคุณซินหรือเปล่าลูกค้าก็บอกว่าใช่ ผมก็เลยตอบกลับแบบทันควันว่าผมมายืนรอคุณลูกค้าตั้งแต่ 00:08 น.แล้วครับมีความหัวเสียเล็กน้อย(ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ)แต่ลูกค้าบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวโอนให้ 400 บาทเลย แค่นั้นแหละอารมณ์ผมก็เปลี่ยนทันทีรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกรู้สึกโล่งใจที่ไมีต้องเสียเงินกับ order นี้ สำหรับคนไทยแล้วไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครับ เป็นครั้งแรกเลยครับที่ยืนรอลูกค้านานขนาดนี้ ส่วนใหญ่ rider ก็อยากให้ลูกค้าได้รับประท านอาหารเร็วๆเพราะว่าเดี๋ยวนี้ออเดอร์มักจะซ้อนกันถึง 3 order มากสุดจึงทำให้กินเวลามากกว่าครั้งก่อนๆเยอะแค่อยากจะบอกว่าสั่งอาหารแล้วเปิดเสียงไว้ด้วยอย่าลืมไรเดอร์ ที่รอส่งอาหารของคุณอยู่ขอบคุณครับ
#หากต้องการรับประทานน้ำไวๆให้กดสั่งด่วนไม่เช่นนั้นน้ำของคุณจะละลายหมดไป
เมื่อได้ลองทำงานไรเดอร์ส่งอาหารเองสักระยะ จะพบว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยแต่ก็สร้างความเครียดไม่น้อยครับ การโทรไม่ติดลูกค้าแม้จะทุ่มเทเต็มที่ บางครั้งก็กลายเป็นเรื่องลำบากใจเพราะออเดอร์หลายชุดรออยู่ และความล่าช้าก็ส่งผลต่อออเดอร์อื่นๆตามมา ผมเองเคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกันที่ต้องรอจนเข้าใจว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของอาชีพนี้ สิ่งที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์นี้คือการสื่อสารสำคัญมาก ทั้งลูกค้าและไรเดอร์ควรมีความเข้าใจตรงกัน ลูกค้าควรเปิดเสียงโทรศัพท์หรือแอปเพื่อรับสาย ยิ่งในยุคที่ออเดอร์เข้ามาซ้อนกันเยอะ การตอบสนองต่อกันไวจะช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงที่ไรเดอร์จะเสียเงินฟรีได้อีกด้วย นอกจากนี้ การให้ทิปเล็กๆน้อยๆจากลูกค้าอย่างในกรณีนี้ก็เป็นกำลังใจชั้นดีสำหรับไรเดอร์ ถือเป็นน้ำใจที่ทำให้เหน็ดเหนื่อยจากการรอคอยหายไปทันที ความใจดีของลูกค้าทำให้ผมรู้สึกว่าอาชีพนี้มีค่ามากกว่าการส่งอาหารแค่ครั้งเดียว สุดท้ายผมอยากแบ่งปันอีกนิด คือให้ลูกค้าคิดถึงไรเดอร์ที่ต้องวิ่งรับส่งอาหารด่วนๆเพื่อให้ได้รับประทานอาหารสดใหม่ร้อนๆ ถ้าเราช่วยกันเปิดใจและสนับสนุนกัน ร่วมแชร์ประสบการณ์เพื่อปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น เชื่อว่าทั้งลูกค้าและไรเดอร์จะได้รับประสบการณ์ที่ดีและประทับใจมากยิ่งขึ้นครับ



