ODS ผ่าตัดวันแบบเดียวกลับ (บริการไว ทำใจไม่ทัน)

แชร์ประสบการณ์ “การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ หรือ One Day Surgery (ODS)” ซึ่งกรมการแพทย์เคยให้ข้อมูลว่าเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยลดความแออัด และการติดเชื้ออื่นเพิ่มในสถานพยาบาล เพราะสามารถกลับบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข การครองเตียงที่ไม่จำเป็น ซึ่งก็รวมถึงค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยเรื่องห้องพักและการอยู่เฝ้า

เราเริ่มตรวจภายในของผู้หญิงตอนอายุ 40 ปี ซึ่งเป็นปกติทุกปี โดยเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เพราะสะดวกเรื่องเวลา (แนะนำว่าเป็นเรื่องควรทำของคนวัย 40+ ปัจจุบันสาวๆ ก็มีแนวโน้มมีเหตุให้มารับการตรวจมากขึ้น) เมื่ออายุ 42 ปี ปรากฏว่า พบความผิดปกติของ 2 สิ่ง คือ รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ และติ่งเนื้อขนาด 2 ซม. ในโพรงมดลูก

เคสแรกอาการรอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ได้มีการติดตามกันต่อเนื่อง นัดรายเดือนบ้าง สามเดือนบ้าง และทานยาปรีโมลุทเอ็น (Primolut® N) ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนโปรเจสเทอโรน ที่ช่วยควบคุมภาวะการมีประจำเดือนให้มาปกติและตรงเวลา ล่าสุดอายุ 43 ปี ได้เจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนและผลคือเข้าสู่วัยทองเป็นที่เรียบร้อย คุณหมอจึงสั่งงดยาและเตรียมคุยเรื่องเข้าสู่การปรับสมดุลร่างกายที่มาไวกว่าเกณฑ์วัยทองปกติของหญิงไทยคืออายุ 50 ปี (วัยทองเป็นภาวะที่ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญไม่ช้าก็เร็ว มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังต่อนะฮับ!!!)

เคสที่ 2 ติ่งเนื้อขนาด 2 ซม. ในโพรงมดลูก ที่กล้าๆ กลัวๆ ผลัดผ่อนการรักษามานาน จนเมื่อเดือนเมษายน ปี 2565 คุณหมอพยายามกล่อมจนยอมรักษาด้วยการขูดมดลูกเพื่อตรวจชิ้นเนื้อ เสียดายที่วิธีการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปขูดติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ไม่สามารถนำติ่งเนื้อทั้งหมดออกมาได้ เพราะตรวจพบว่ายังเหลืออีกประมาณ 1.2 ซม. แต่คลายกังวลว่า ติ่งเนื้อที่พบในโพรงมดลูกไม่เป็นมะเร็ง แต่ก็มีโอกาสเกิดการผิดปกติในอนาคต ต้องผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำกว่า แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 เลยวางแผนการรักษาโดยการตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อติดตามทุก 3 เดือนแทน

ล่าสุดสงกรานต์ ปี 2566 ที่ผ่านมา เป็นจังหวะเหมาะที่สถานการณ์โควิด-19 ลดระดับความวิกฤต คุณหมอจึงแนะนำให้ใช้บริการ “การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ หรือ One Day Surgery (ODS)” จากการศึกษาข้อมูล ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่แห่ง สธ. เคยให้ข้อมูลว่า ประมาณ 20% ของโรงพยาบาลรัฐ ครอบคลุม 65 โรค/อาการ ทั้ง 13 เขตสุขภาพ ทุกโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนหลายแห่ง และอยู่ในสิทธิประโยชน์ของทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ คือ บัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ (คุณหมอใจดีมากที่ช่วยปรึกษาอาจารย์หมอรุ่นพี่และแนะนำโครงการ เพราะถ้ารักษาเอกชนต้องแอดมินแน่นอน และเพื่อรองรับการรักษาที่ต่อเนื่องในอนาคต ถ้าสามารถใช้สวัสดิการรัฐได้ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า)

“การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ หรือ One Day Surgery (ODS)” เป็นการผ่าตัดแบบที่ผู้ป่วยไม่ต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล เช่น ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ นรีเวช จักษุ หู คอ จมูก และการส่องกล้อง แต่ต้องมาพูดคุยอาการกับหมอก่อนผ่าตัดนะคะ...ไม่ใช่ต่อคิวห้องผ่าตัดได้เลย

หลังจากที่มีเอกสารส่งตัวมาที่โรงพยาบาลรัฐ ผ่านด่านคัดกรอง ได้ทำทะเบียนประวัติในโรงพยาบาลรัฐอย่างเป็นทางการ ก็จะมีเอกสารส่งไปแผนกสูตินารีเวชในวันนั้นเลย คุณหมอจะทำการประเมินว่าผู้ป่วยสามารถเข้ารับการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับได้จริง มีการตรวจอัลตร้าซาวด์ การเจาะเลือดตรวจเบื้องต้น เช็คสุขภาพหัวใจด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) พูดคุยเรื่องสภาพอาการปัจจุบัน ขั้นตอนการปฏิบัติตัวให้กายพร้อม..ใจพร้อม...

ด้วยเพราะเป็นการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ คนป่วยต้องช่วยคุณพยาบาลทำงานด้วยนะคะ สำหรับเคสของเราจะเป็นการส่องกล้องโพรงมดลูก โดยสอดกล้องขนาดเล็กตั้งแต่ 2 มม. ไปจนถึง 10 มม. เข้าไปในโพรงมดลูก เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นสภาพภายในระหว่างทำหัตถการ โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดทางหน้าท้อง กระบวนการเตรียมตัวผู้ป่วยจากที่บ้าน ได้แก่ การอดน้ำและอาหาร หลัง 24.00 น. การอมยาไมโซพรอสทอลใต้ลิ้น เวลา 05.00 น. ในวันตัดผ่าตัดเพื่อเตรียมให้ปากมดลูกขยายตัว

เช้าตรู่ วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 เวลา 06.30 น. วางบัตรนัดเรียบร้อย (เราว่ามาเช้ามากแล้วยังมีบัตรคิวหน้าเราอีก) รอเวลาพอสมควรเลยค่ะ เพราะมีผู้มาใช้บริการจำนวนมากถึงไม่แออัดก็หลายสิบคน (รวมญาติผู้ป่วยที่ต้องติดตามมาด้วย เพราะหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะอยู่ในห้องพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ จำเป็นต้องมีคนฝากสัมภาระ เดินเอกสาร และพากลับบ้าน) โดยเฉลี่ยแต่ละรายใช้เวลาประมาณ 1 - 3 ชั่วโมงขึ้นกับชนิดของหัตถการ เข้าไปห้องผ่าตัดพยาบาล 5-6 คน จะมาช่วยกันเตรียมเตียง จัดท่านอน และอุปกรณ์ที่จะอำนวยความสะดวกให้หมอทำงาน การให้น้ำเกลือ ออกซิเจน และวิสัญญีที่มาแนะนำขั้นตอนการวางยาให้นอนหลับ จนพยาบาลขอใช้ผ้าปิดตาทุกอย่างก็มืดไม่รู้สึกตัวเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ถูก Shut Down แต่ได้ยินเสียงหมอ พยาบาล คุยสอบถามกัน ในห้องผ่าตัดแว่วเป็นพักๆ (เหมือนจะคุยตอบหมอไปด้วย 555) ลืมตามาอีกทีก็อยู่ห้องพักฟื้นแล้ว

หลังพักฟื้นและสังเกตอาการ จะมีคุณหมอและพยาบาลแวะเวียนมาประเมิน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนและผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็จะสามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน โดยจะมีการนัดติดตามอย่างต่อเนื่อง

เป็นบันทึกเรื่องราวที่อยากแชร์ไว้ แต่ละคนอาจพบประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ถ้าความคาดหวังของผู้ไปโรงพยาบาล คือ ความราบรื่นของบริการ ลดความเครียด คลายความกังวลและสับสน ผู้ป่วยและญาติมีสิทธิที่จะได้รู้สภาพอาการ และขั้นตอนการรักษา ไม่ใช่การส่งต่อโดยไม่รู้อนาคต ODS จะเป็นอีกบริการที่มาช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่รวดเร็ว แต่ระบบจะดีได้ต้องมีบุคลากรและอุปกรณ์รองรับอย่างเพียงพอ

🙏 ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์...

ส่วนใหญ่ที่พบเขาทำงานหนัก และมีจิตบริการจริงๆ

#ods #ตรวจภายใน #สุขภาพผู้หญิง #วัยทอง

2025/9/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเห็นคำว่า ODS แล้วงงเหมือนกันว่า “ODS คืออะไรทางการแพทย์” เราขอสรุปจากที่ไปทำจริงแบบภาษาคนไข้ค่ะ ODS ย่อมาจาก One Day Surgery หรือ “การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ” หมายถึงการผ่าตัด/หัตถการที่ทำในโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วย “ไม่ต้องนอนค้าง” และสามารถกลับบ้านได้ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง (บางเคสกลับได้ภายในวันนั้นเลย) จุดประสงค์หลักคือช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงติดเชื้อจากการนอนโรงพยาบาลนานๆ และลดค่าใช้จ่ายเรื่องห้องพัก/การเฝ้าไข้ จากประสบการณ์ของเรา ODS ไม่ได้แปลว่าเดินเข้าไปผ่าได้ทันทีนะคะ ยังต้องพบแพทย์เพื่อประเมินก่อนว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ โดยทั่วไปคุณหมอจะดูหลายอย่าง เช่น ความแข็งแรงโดยรวม โรคร่วม (ความดัน เบาหวาน หัวใจ ฯลฯ) ความเสี่ยงดมยาสลบ/ยานอนหลับ และความซับซ้อนของหัตถการ ถ้าประเมินแล้วมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง อาจถูกเลื่อนเป็นแบบต้องนอนโรงพยาบาลแทน ขั้นตอนที่เจอบ่อยก่อนเข้ารับ ODS (ของเราทำส่องกล้องโพรงมดลูก/นรีเวช) จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือดพื้นฐาน บางคนต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันแผนการรักษา จากนั้นถึงได้วันนัดผ่าตัดจริง เรื่อง “เตรียมตัว” สำคัญมาก เพราะ ODS เวลาทุกอย่างค่อนข้างกระชับ เราเจอข้อที่ต้องทำหลักๆ คือ - งดน้ำและอาหารตามที่โรงพยาบาลกำหนด (หลายเคสเริ่มหลังเที่ยงคืน) - เตรียมคนไปด้วย 1 คน (สำคัญจริงๆ) เพราะหลังทำเสร็จอาจยังมึนจากยา ต้องมีคนช่วยเดินเอกสาร ถือของ และพากลับบ้าน - เตรียมคำถามไว้ถามแพทย์/พยาบาล เช่น ใช้วิธีดมยาสลบไหม เจ็บแผลไหม ต้องพักกี่วัน เลือดออกกี่วันถึงปกติ สัญญาณอันตรายที่ต้องกลับมารพ.มีอะไรบ้าง วันที่ทำ ODS บรรยากาศจะเป็นแนว “บริการไว ทำใจไม่ทัน” ตามชื่อเรื่องจริงๆ ค่ะ คือเข้าระบบเร็ว รอคิวตามลำดับ แล้วเข้าห้องผ่าตัด มีพยาบาลช่วยเตรียมท่า ให้น้ำเกลือ ออกซิเจน และทีมวิสัญญีอธิบายการให้ยานอนหลับ พอหลับไปตื่นมาอีกทีก็อยู่ห้องพักฟื้นแล้ว หลังทำเสร็จ สิ่งที่ควรโฟกัสคืออาการหลังผ่า เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ ปวดท้องน้อย เลือดออกกะปริดกะปรอย และความสามารถในการลุกเดิน/เข้าห้องน้ำได้เอง ถ้าทุกอย่างโอเค ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทีมแพทย์จะให้กลับบ้านพร้อมยาและใบนัดติดตาม สุดท้าย ข้อดีของ ODS สำหรับเรา คือประหยัดเวลา ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายจุกจิก แต่ข้อควรรู้คือ “ต้องมีวินัยทำตามคำแนะนำ” และควรมีผู้ดูแลช่วง 24 ชั่วโมงแรกที่บ้านค่ะ ถ้าใครกำลังหาข้อมูลว่า ODS คืออะไรทางการแพทย์ หวังว่าสรุปนี้จะช่วยให้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจนะคะ

ค้นหา ·
ผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ