ประเภท (Class) เพลิงไหม้

วงศ์ตะวันเทคโนโลยี
2025/12/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเจอคำถามว่า “ประเภทของไฟมีกี่ประเภท” ส่วนใหญ่ในงานความปลอดภัยจะอ้างอิงการแบ่งตาม Class เพื่อให้เลือกวิธีดับให้ถูก เพราะ “ดับผิดชนิด” บางทีไฟลามหนักกว่าเดิม โดยเฉพาะไฟจากของเหลวไวไฟหรือไฟฟ้าที่มีกระแส ประเภทของไฟที่เจอบ่อย 1) Class A: ไฟจากเชื้อเพลิงทั่วไปที่มีเถ้า เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติกบางชนิด จุดสังเกตคือไหม้แล้วมีเถ้า วิธีดับที่ใช้ได้ดีคือ “ลดความร้อน” เช่น น้ำ/โฟม (ขึ้นกับสถานที่และความเหมาะสม) 2) Class B: ไฟจากของเหลวไวไฟและแก๊สไวไฟ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์ สี แลกเกอร์ จาระบี แก๊สหุงต้ม ไฟชนิดนี้ไม่ควรใช้น้ำฉีดตรง ๆ เพราะอาจกระจายเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลาม มักใช้โฟม/ผงเคมีแห้ง/CO₂ ตามชนิดถังและคำแนะนำหน้างาน 3) Class C: ไฟที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น มอเตอร์ หม้อแปลง เครื่องใช้ไฟฟ้า ขั้นแรกที่ปลอดภัยคือ “ตัดไฟ” ถ้าตัดได้ แล้วค่อยดับด้วยถังที่เหมาะกับไฟฟ้า (เช่น CO₂ หรือผงเคมีแห้ง) เพื่อเลี่ยงการนำไฟฟ้า 4) Class D: ไฟจากโลหะติดไฟ เช่น ผงโลหะ/เศษโลหะบางชนิด (เช่น แมกนีเซียม อะลูมิเนียมบางรูปแบบ) ต้องใช้สารดับเพลิงเฉพาะทาง (ผงสำหรับโลหะ) ไม่ควรใช้น้ำ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาและทำให้รุนแรงขึ้น ทฤษฎีการเกิดไฟ (เข้าใจไว้จะดับได้ถูก) ไฟเกิดจาก “สามเหลี่ยมไฟ” คือ เชื้อเพลิง + ความร้อน + ออกซิเจน วิธีดับเพลิงเบื้องต้นจึงคือ ตัดอย่างใดอย่างหนึ่ง: ลดความร้อน (ทำให้เย็น), ตัดเชื้อเพลิง (ปิดวาล์วแก๊ส/ย้ายวัสดุ), หรือกั้นอากาศ (คลุม/ใช้โฟม/CO₂) วิธีใช้ถังดับเพลิง (จำง่ายแบบ PASS) P – Pull: ดึงสลัก A – Aim: เล็งไปที่ “โคนไฟ” ไม่ใช่ยอดไฟ S – Squeeze: บีบคันบีบให้สารพุ่ง S – Sweep: กวาดซ้าย-ขวาที่โคนไฟจนดับ ทริคที่ผมใช้เวลาอบรมหน้างาน - ยืนเหนือลม และเผื่อทางหนีทีไล่เสมอ - ถ้าไฟเริ่มใหญ่ ควันหนา หรือดับแล้วปะทุซ้ำ ให้ถอยและโทร 199 ทันที - เช็กฉลากถังว่าใช้กับ Class ไหน (A/B/C/D) และดูเกจความดัน/วันตรวจสภาพ สรุปคือ แค่รู้ “ประเภทของไฟ” และ “ถังดับเพลิงที่เหมาะ” ก็ช่วยลดความเสียหายได้มาก โดยเฉพาะไฟ Class B และไฟฟ้า Class C ที่มักดับผิดกันบ่อยครับ