MelGeek O2 คีย์บอร์ดที่ทำมาเพื่อ Macbook 💻⌨️✨
คีย์บอร์ดที่จริงใจ! ⌨️✨ ยกให้ MelGeek O2 ตัวนี้เลย ดีไซน์แบบโปร่งใส เห็นไปถึงข้างในคือเท่มากกกก
ตอนแรกโดนตกเพราะดีไซน์ ที่วางซ้อนกับ MacBook ได้เลยแบบแป้นพิมพ์เดิมด้านล่างไม่ลั่น เสียงมีความครีมมี่ ฟีลลิ่งดีกว่าที่คิดเยอะ เสียงนุ่ม ใครกำลังมองหาคีย์บอร์ดที่เหมาะกับ MacBook ตัวนี้แนะนำเลยยค่ะ
#ภารกิจชิงครีเอเตอร์ดาวเ ด่น #ป้ายยากับlemon8 #keyboardbluetooth #melgeek #เที่ยวไปช้อปไป
หลังใช้ MelGeek O2 กับ MacBook สักพัก รู้สึกว่า “เหมาะกับคนทำงานหน้าแมค” จริงๆ ค่ะ จุดที่ประทับใจมากคือทรงและความสูงของคีย์บอร์ดที่วางทับบนแป้น MacBook ได้ค่อนข้างพอดี ทำให้เวลาพกไปคาเฟ่หรือไปทำงานนอกบ้าน ไม่ต้องมีขาตั้งหรือแท่นเสริมให้ยุ่งยาก (แค่จัดตำแหน่งดีๆ ก็ไม่ค่อยลั่น) เรื่องฟีลลิ่งการพิมพ์ MelGeek O2 จะให้โทนเสียงนุ่มๆ แนวครีมมี่ พิมพ์แล้วไม่แหลม ไม่ก้องเกินไป เหมาะกับคนที่ต้องพิมพ์ยาวๆ เช่น ทำรายงาน โค้ด หรือแชตงานทั้งวัน ที่สำคัญคือปุ่มกดค่อนข้างแน่นกำลังดี ทำให้ไม่เมื่อยนิ้วง่าย ส่วนใครชอบคีย์แคปสไตล์มินิมอล ตัวนี้โทนขาวโปร่งใสถ่ายรูปขึ้นมาก และบนตัวคีย์บอร์ดที่เห็นภายในผ่านดีไซน์โปร่งใสก็เป็นเสน่ห์ของแบรนด์นี้เลย ถ้าเน้นใช้กับ macOS แนะนำให้ลองเช็กเรื่องเลย์เอาต์ปุ่มก่อนค่ะ รุ่นที่เห็นในภาพเป็นปุ่มสีขาวมีทั้งไทย/อังกฤษ และมีปุ่มสีน้ำเงินบางปุ่ม เวลาตั้งค่ากับ MacBook ส่วนใหญ่ใช้งานได้ลื่น แต่บางคนอาจต้องเข้าไปตั้งค่า Keyboard ใน System Settings เพิ่ม เช่น ปุ่ม Command/Option หรือปุ่มลัดบางอย่างให้เข้ามือมากขึ้น (โดยเฉพาะคนที่สลับใช้ Windows ด้วย) ทริคเล็กๆ จากการใช้งานจริง: ถ้าวางซ้อนบน MacBook บ่อยๆ ควรทำความสะอาดฝุ่นบนคีย์บอร์ดเดิมก่อน และลองติดยางรองบางๆ/แผ่นกันรอยบริเวณที่วางมือเพื่อกันเกิดรอยขีดข่วนได้ค่ะ ในภาพเรายังมีสติกเกอร์รูปผึ้งบนที่วางมือด้วย ช่วยบังรอยและเพิ่มความน่ารักไปอีกแบบ สรุปสำหรับเรา MelGeek O2 เหมาะกับคนที่อยากได้คีย์บอร์ด Bluetooth ดีไซน์สวย ใช้คู่กับ MacBook แล้วลงตัว ทั้งฟีลพิมพ์และเสียง ถ้าคุณกำลังเล็ง “melgeek o2” อยู่ แนะนำว่าคุ้มค่าในแง่ประสบการณ์ใช้งาน + ความสวยบนโต๊ะทำงานค่ะ

เริ่ดมากเลยค่ะ พิกัดได้มั้ยคะ🥺