[ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ปัญหาการสร้างมั่นคงริมคลอง ชุมชนพัฒนา ม.2 ]

( 11 มิ.ย.2569 )แจมได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่อง ปัญหาการสร้างบ้านมั่นคง ชุมชนพัฒนา ม.2 โดยมี คุณนิกร โสมกลางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้มาตอบแทน

ในพื้นที่เขตสายไหมมีชุมชนอาศัยอยู่ริมคลองสองหลายร้อยหลังคาเรือน ซึ่งที่ดินในบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในปี2559 รัฐบาลขณะนั้นได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะขึ้น และมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)จัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองที่ต้องรื้อย้ายและสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ โดยแบ่งเป็น๒ประเภท คือ รื้อและสร้างในที่ดินเดิม กับ รื้อและย้ายไปสร้างในที่ดินใหม่

จากโครงการดังกล่าวทำให้มีการจัดตั้ง สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงเพิ่มทรัพย์สินสมบุญ จำกัด โดยแบ่งเป็น ๑๐กลุ่มออมทรัพย์ เวลาผ่านไปร่วม10 ปี มีการดำเนินโครงการสร้างบ้านมั่นคงไปแล้วใน8กลุ่มออมทรัพย์ ขณะที่กลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนพัฒนาหมู่2 ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมกลุ่มออมทรัพย์ในตอนเริ่มต้น56หลังคาเรือนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการสร้างบ้านมั่นคง เนื่องจากติดขัดในอุปสรรคที่ ประชาชนที่ได้สิทธิ์ในที่ดินใหม่แล้วไม่ยอมรื้อถอนบ้านเดิมออกไป รวมทั้งประชาชนที่ไม่เข้าร่วมบางส่วนก็ไม่ยอมรื้อถอน ทำให้เริ่มดำเนินการสร้างบ้านไม่ได้

ประธานกลุ่มออมทรัพย์พยายามแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อนำเรื่องไปแจ้งกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

ได้รับคำตอบมาว่า ให้ทางกลุ่มดำเนินการสร้างบ้านเฟสแรกไปก่อน แล้วทางพอช.จะเข้ามาบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้อยู่อาศัยเดิมที่ไม่ยอมรื้อถอนออกไป

ในปี2568 ได้เริ่มทำการสร้างบ้านในเฟสแรกแล้จำนวน17หลัง 19 สิทธิ์ ซึ่งสร้างเสร็จเมื่อต้นเดือนมีนาคม2569 แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าในการเข้ามาใช้มาตราการจากภาครัฐ เพื่อให้ดำเนินการสร้างเฟสที่สองอีกจำนวน14หลัง 16 สิทธิ์

เนื่องจากมีบ้านที่ได้รับสิทธิ์ในที่ดินใหม่และบ้านที่ไม่เข้าร่วมโครงการไม่ให้ความร่วมมือในการรื้อถอน ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนและสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและให้ความร่วมมือกับนโยบายของภาครัฐแต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุน ขณะที่ผู้ไม่เข้าร่วมยังอยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ดิน สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติ

จากความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น ส่งผลยืดเยื้อมากว่า10ปี แต่ยังไม่สามารถสร้างบ้านมั่นคงชุมชนพัฒนา หมู่2 ให้แล้วเสร็จได้

โดยแจมได้ถามไป2ข้อดังนี้

1.หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ คือ กรมธนารักษ์ และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีมาตรการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาในการสร้างบ้านมั่นคงชุมชนพัฒนาหมู่๒ ให้แล้วเสร็จ โดยไม่ผลักภาระให้ตัวแทนของกลุ่มออมทรัพย์ภายใต้สหกรณ์ต้องเป็นผู้จัดการเองทั้งหมด ขอทราบรายละเอียด

2.ปัญหาผู้อยู่อาศัยที่ไม่เข้าร่วมโครงการและไม่รื้อถอนบ้านออกไป แต่ยังอาศัยอยู่ตามปกติโดยไม่เสียค่าเช่า ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายค่าเช่าที่มาตลอด๑๐ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินการอย่างไร มีมาตรการอะไรบ้าง ในการแก้ไขปัญหานี้

ซึ่งรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน และได้มีกสรส่งเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับชาวบ้านที่ไม่ให้ความร่วมมือ โดยทำการเจรจาเป็นรายๆไป และเชื่อว่า จะสามารถดำเนินสร้างบ้านเฟส2ได้ทันกำหนดการที่วางไว้ พร้อมกับจะจัดประชุมในวันที่ 21มิถุนายนนี้เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคกับชุมชนต่อไป

กลไกตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ทำให้ฝ่ายบริหารได้รับฟังปัญหาจากในพื้นที่อย่างละเอียดมากขึ้น เป็นแรงปลักดันให้การแก้ปัญกาตรงจุดและเป็นรูปธรรม ซึ่งแจมและทีมงานจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปค่ะ

#ทนายแจมศศินันท์ #พรรคประชาชน #ประชุมสภา #กระทู้ถามแยกเฉพาะ #ทนายแจมสายไหม

6/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผู้ที่ติดตามและสะท้อนปัญหาการสร้างบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในเขตสายไหม พบว่า โครงการบ้านมั่นคงนั้นไม่เพียงแต่เป็นนโยบายที่มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบว่าระบบการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐและชุมชนสามารถทำงานร่วมกันได้ดีเพียงใด ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการจัดการกับกลุ่มผู้พักอาศัยเดิมที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการและไม่ยอมรื้อถอนบ้านหลังเก่า ทำให้การดำเนินงานล่าช้าและส่งผลกระทบต่อความหวังของผู้เข้าร่วมโครงการที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความไม่เป็นธรรมในการที่ผู้ไม่เข้าร่วมโครงการยังคงปล่อยให้ใช้พื้นที่ริมคลองโดยไม่เสียค่าเช่า ขณะที่ผู้เข้าร่วมต้องแบกรับภาระค่าเช่าที่ดินมาโดยตลอดกว่า 10 ปี จากสถานการณ์จริงนี้ การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการประสานงานของหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกรมธนารักษ์ที่ดูแลที่ดินราชพัสดุ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนซึ่งรับผิดชอบโครงการบ้านมั่นคง การเจรจาและพูดคุยกับกลุ่มผู้ไม่ให้ความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ ซึ่งหลายครั้งเป็นการเจรจาอย่างเป็นรายบุคคลเพื่อหาทางร่วมกันอย่างสมดุล และมีการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อบังคับใช้เมื่อจำเป็น การวางแผนแบ่งการสร้างบ้านออกเป็นเฟส และการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อบริหารจัดการภายในชุมชน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งและมีธรรมาภิบาลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนและความชัดเจนจากภาครัฐในการดำเนินงานและการบังคับใช้มาตรการยังคงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามเป้าหมายและสร้างความไว้วางใจ สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องบ้านมั่นคงและการพัฒนาชุมชน การศึกษากรณีชุมชนพัฒนาหมู่ 2 นี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นความท้าทายของการบริหารจัดการชุมชนริมคลองในเมืองใหญ่ ซึ่งความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชน การมีส่วนร่วมของประชาชน และการประสานงานที่ดีจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง