ย้ายสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่

ยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่อยู่

• ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ

• ต้องกรอกแบบฟอร์ม และแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น

• สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของกรรมการ

• สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานใหม่ พร้อมหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่

• แผนที่ตั้งสำนักงานใหม่

4. อัปเดตข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ๆ หลังเปลี่ยนที่อยู่

• กรมสรรพากร (แจ้งย้ายที่อยู่ภายใน 15 วัน เพื่อแก้ไขข้อมูลภาษี ภ.พ.20, ภ.พ.09 ฯลฯ)

• ประกันสังคม (แจ้งเปลี่ยนที่ตั้งนายจ้าง)

• ธนาคาร (แก้ไขที่อยู่ในเอกสารเปิดบัญชีบริษัท)

• คู่ค้า/ลูกค้า (เพื่อแก้ไขในสัญญา ใบกำกับภาษี และเอกสารอื่น ๆ)

📌 สรุปสั้น ๆ

• ย้ายในจังหวัดเดียวกัน → ใช้มติกรรมการ → ยื่น DBD

• ย้ายไปต่างจังหวัด → ต้องมติผู้ถือหุ้นพิเศษ + ยื่น DBD

• หลังจากนั้นต้องแจ้ง สรรพากร + ประกันสังคม + ธนาคาร + คู่ค้า

อำเภอเมืองปทุมธานี
2025/8/21 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นหา “ย้ายที่อยู่บริษัท” แล้วเจอข้อมูลกระจัดกระจาย เราเลยขอเสริมเป็นเช็กลิสต์แบบใช้งานจริง (เน้นไม่ให้หลุดเดดไลน์และเอกสารไม่ตีกลับ) ว่าหลังมีมติย้ายสำนักงาน/สำนักงานใหญ่ ควรทำอะไรเรียงลำดับยังไงบ้าง 1) เช็กก่อนว่าย้าย “ในจังหวัดเดิม” หรือ “ข้ามจังหวัด” - ถ้าย้ายในจังหวัดเดียวกัน โดยมากใช้มติคณะกรรมการก็พอ (ตามข้อบังคับ/หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทด้วย) - ถ้าย้ายไปต่างจังหวัด มักต้องมีมติผู้ถือหุ้นแบบพิเศษ เพราะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญของบริษัท Tip: ก่อนยื่นจริง ลองเปิดหนังสือรับรอง/แบบ บอจ. ของเดิมดูว่า “ที่ตั้งสำนักงานใหญ่” ปัจจุบันสะกดและรูปแบบที่อยู่อย่างไร จะได้ทำที่อยู่ใหม่ให้รูปแบบสอดคล้อง (เลขที่/หมู่/ซอย/ถนน/แขวง-ตำบล/เขต-อำเภอ/จังหวัด/รหัสไปรษณีย์) 2) เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่รอบแรก (ช่วยให้ยื่นไว) เอกสารที่มักโดนขอซ้ำบ่อย ๆ คือ - หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตั้ง (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่เอง) - สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งใหม่ + เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง - แผนที่ตั้งสำนักงานใหม่ (ทำแบบเข้าใจง่าย มีจุดสังเกต) - สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้านของกรรมการ (ตามที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่กำหนด) Tip: ถ้าเป็นอาคารสำนักงาน/ออฟฟิศให้เช่า ถ่ายรูปหน้าตึก+ป้ายบริษัทเผื่อไว้ บางเคสหน่วยงานอื่น ๆ ขอประกอบ 3) ยื่นเปลี่ยนแปลงที่อยู่กับ DBD ให้ทันกำหนด โดยหลักให้ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหลังมีมติ ควรนัดคนเซ็นเอกสาร/ลงลายมือชื่อดิจิทัลให้พร้อม จะได้ไม่ค้างขั้นตอน 4) หลังย้ายแล้ว “ต้องแจ้งสรรพากร” เพื่อไม่ให้ข้อมูลภาษีผิด อันนี้เป็นจุดที่หลายบริษัทพลาด เพราะคิดว่ายื่น DBD แล้วจบ แต่จริง ๆ ต้องอัปเดตที่อยู่กับกรมสรรพากรภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้หน้าทะเบียนภาษีถูกต้อง - ถ้าจด VAT: ตรวจข้อมูล ภ.พ.20 ให้ตรงกับที่อยู่ใหม่ - แบบฟอร์มที่มักเกี่ยวข้อง: ภ.พ.09 (ใช้แจ้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผู้ประกอบการ เช่น ที่อยู่) Tip จากที่เคยทำ: ก่อนเข้าพื้นที่สรรพากร เตรียมชุดเอกสารสำรอง 1 ชุด และเช็กว่า “ชื่อบริษัท/เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/ที่อยู่ใหม่” ตรงกันทุกหน้า เอกสารถูกต้องจะช่วยให้ดำเนินการได้รวดเร็วมาก 5) อย่าลืมหน่วยงาน/คู่ค้าที่มีผลต่อการทำงานประจำวัน - ประกันสังคม: แจ้งเปลี่ยนที่ตั้งนายจ้าง เพื่อให้ข้อมูลนายจ้างและหนังสือแจ้งต่าง ๆ ส่งถูกที่ - ธนาคาร: แก้ไขที่อยู่ในเอกสารเปิดบัญชี/หนังสือรับรองที่ใช้ทำธุรกรรม (บางธนาคารขอหนังสือรับรองล่าสุด) - คู่ค้า/ลูกค้า/แพลตฟอร์มต่าง ๆ: อัปเดตในสัญญา ใบกำกับภาษี ใบเสนอราคา และที่อยู่จัดส่งเอกสาร เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนปิดงาน - หนังสือรับรองล่าสุดแสดงที่อยู่ใหม่แล้ว - ภ.พ.20/ข้อมูล VAT อัปเดตแล้ว (ถ้ามี) - ที่อยู่บนใบกำกับภาษี/หัวจดหมาย/ตรายาง/Google Maps/หน้าเพจบริษัท ปรับเรียบร้อย ทำตามนี้จะช่วยให้การ “ย้ายที่อยู่บริษัท” จบเป็นระบบ ลดโอกาสโดนตีกลับเอกสาร และทำให้การออกเอกสารภาษีหลังย้ายราบรื่นค่ะ