อยากลดน้ำหนักแต่เลิกน้ำหวานไม่ได้ 🧋🥹

นี่คือวิธีที่เราปรับใช้แล้วโอเค

“ยังดื่มได้” แต่น้ำหนักค่อยๆลง 👇

1.อย่าดื่มน้ำหวานตอนเช้า/ท้องว่าง

เมื่อก่อนเราชอบดื่มโกโก้ปั่นตั้งแต่เช้า

ก่อนข้าวน้ำหนักพุ่งง่ายมาก 😭(ขึ้นมา 10 โล)

ตอนนี้เปลี่ยนมากิน “หลังอาหาร” แทนน้ำหนักนิ่งขึ้นเยอะ

*ตอนเย็นกับก่อนนอนก็เลิกดื่มชานมไข่มุกแล้ว แต่ก่อนเกือบทุกวัน

2.ค่อยๆลดระดับความหวานไม่ต้องหักดิบ

จากหวาน 100 → ไม่หวานเลย

เริ่มจาก:100% → 75% → 50% →25% →0%

ลิ้นจะค่อยๆชินเอง

3.ไม่เพิ่มไข่มุก วิปครีม หรือท็อปปิ้ง

บางทีแคลอรี่หนักกว่าตัวน้ำอีก 😂

5.ค่อยๆ ลดจำนวนแก้ว

จากทุกวัน → วันเว้นวัน → เหลือ 1 - 2 แก้ว/อาทิตย์

ลดแบบไม่ทรมาน จะทำได้นานกว่า

เวลาหิวน้ำหวาน ลองดื่มน้ำก่อน

บางทีร่างกายแค่ “กระหายน้ำ”

ส่วนตัวเราชอบใส่น้ำอุทัยทิพย์นิดๆช่วยให้สดชื่นขึ้น 🪴

6.อย่ากินน้ำหวานคู่ของทอดบ่อย 🫔🍟🍔🌭

🍫น้ำตาล + ไขมัน = น้ำหนักขึ้นง่ายมาก

7.เลือกแก้วเล็กแทนแก้วใหญ่ 🥤

บางทีแค่ลดไซซ์ ก็ลดแคลเยอะแล้ว

8. อย่ารู้สึกผิดที่กินน้ำหวาน

การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบเครียดเสมอไป

แค่ “ดื่มแบบพอดี” ดีกว่าหักดิบแล้วหลุดหนัก 🤍

ปล. ตอนนี้เรายังดื่มอยู่นะ

แต่พยายามบาลานซ์มากขึ้น

แล้วน้ำหนักค่อยๆลงจริง

#ลดน้ำหวาน

#งดน้ำหวาน

#ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง

#ลดน้ําหนัก

#lemon8ไดอารี่

เมืองทองธานี

เมืองทองธานี
5/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการลดน้ำหนักสำหรับคนที่ยังคงอยากดื่มน้ำหวานนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะน้ำหวานอย่างชานมไข่มุกและเครื่องดื่มหวานอื่น ๆ มักจะมีน้ำตาลและแคลอรี่มาก ทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายถ้าไม่ระวังจากประสบการณ์ส่วนตัว การจัดการกับการดื่มน้ำหวานอย่างไม่เร่งรีบและสร้างนิสัยใหม่ช่วยได้มาก อย่างแรกที่เราได้เรียนรู้คือการเลื่อนเวลาการดื่มน้ำหวานจากตอนท้องว่างหรือเช้าไปเป็นหลังอาหาร เพราะหลังอาหารร่างกายจะใช้พลังงานได้ดีขึ้นและน้ำหนักไม่ขึ้นง่ายเหมือนดื่มตอนท้องว่าง นอกจากนี้ การลดระดับความหวานลงทีละนิด ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดี ไม่ต้องลดหวานทันทีจาก 100% เหลือ 0% โดยตรง ซึ่งจะทำให้ร่างกายปรับตัวและทำให้น้ำตาลในเครื่องดื่มน้อยลงโดยไม่รู้สึกขาดแคลน สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการหลีกเลี่ยงการเติมไข่มุก วิปครีมหรือท็อปปิ้งที่เพิ่มแคลอรี่โดยไม่จำเป็น และลดปริมาณแก้วน้ำหวานจากทุกวันเหลือประมาณ 1-2 แก้วต่อสัปดาห์ ด้วยการเปลี่ยนมาเลือกแก้วขนาดเล็กแทนแก้วใหญ่ เราสามารถลดปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคลงได้โดยที่ยังคงได้ความหวานตามต้องการ ในช่วงที่รู้สึกอยากน้ำหวาน หลายครั้งที่ร่างกายแค่ต้องการน้ำเปล่ามากกว่าหวาน จึงควรลองดื่มน้ำเปล่าก่อน จากที่ได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการเหล่านี้ น้ำหนักก็เริ่มค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ แต่แน่นอนและไม่สร้างความเครียด ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความรู้สึกทรมานจากการดีท็อกซ์หรือเลิกน้ำหวานอย่างกะทันหัน ที่สำคัญไม่ควรรู้สึกผิดเมื่อดื่มน้ำหวานแต่ให้ลดแบบพอดีและบาลานซ์เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการกินน้ำหวานคู่กับของทอดหรืออาหารไขมันสูงจะช่วยลดโอกาสการเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็วได้ดีมาก เพราะเมื่อรวมสารอาหารจำพวกน้ำตาลและไขมันสูงเข้าด้วยกัน ร่างกายจะสะสมเป็นไขมันได้ง่าย วิธีการเหล่านี้สะท้อนถึงความสมดุลที่เราควรตั้งเป้าเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนและลดความเครียดในชีวิตที่เกิดจากการควบคุมอาหารที่เคร่งครัดเกินไป

ค้นหา ·
ลดน้ำหนักไม่ลดน้ำหวาน

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Fon Maganda.
Fon Maganda.

เห็นโพสต์นี้แล้วค่อยสบายใจขึ้นเลยค่ะ เราเป็นคนติดชาเย็นมาก ดื่มทุกวัน วันละ 1-2 แก้ว...ตอนนี้พยายามลดนน.เลยลดเหลืออาทิตย์ละ 1 แก้ว สั่งหวานน้อย เรารู้สึกผิดกับตัวเองมากค่ะเวลาดื่ม แต่มันยังตัดไม่ได้ค่ะ ร่างกายมันยังเรียกร้อง ไม่ได้ดื่มแล้วมันกระสับกระส่ายจริงๆค่ะ...

ดูเพิ่มเติม(1)