Put the product on sale in the store. What are you prepared for?
Who sells and has the idea of wanting to put the product in a health shop but don't know what to do? Read this post. 👇🏻
(Tell me, we are novices. This post is a personal DEA.)
⭐ initially was to contact the store first via a page. Of course he would ask what our product was. If we sold a health friend shop, of course, it had to be healthy or organic.
🫐 take away the product, the shopkeeper or the person involved watch and taste it. If we are an unrecognized freshman brand, which ours is homemade, then wait for him to get back in touch.
💚, if agreed, prepare a delivery certificate so as to be proof of delivery. When receiving the payment, there will be no problem.
Basically, there are only this. Oh, but if anyone is homemade like us, don't forget about the ingredients. Very important because we don't sell ourselves. This one we forget because we usually sell by ourselves.
👉🏻, if anyone has passed through Panchak Ari Soi 1, please support our cookies. The first lot is almost up. Certification that it is a little sweet, firm and delicious. Of course, 🥰
# Auxiliary career # Income-enhancing career # Bingo work money # Homemade cookies # Selling snacks online
หลังจากได้ลอง “นำของไปวางขายที่ร้านปันสุข (Organic Grocery ย่านอารีย์)” เอง บอกเลยว่าถ้าเตรียมตัวดีตั้งแต่แรก งานจะไหลลื่นมาก โดยเฉพาะสายโฮมเมดอย่างคุกกี้ในกระปุกที่มีฉลากแบรนด์ (ของเราวางเป็นกระปุกใส ๆ ติดสติกเกอร์) ร้านจะให้ความสำคัญกับความชัดเจนและความน่าเชื่อถือพอ ๆ กับรสชาติเลย 1) ก่อนทักเพจร้านปันสุข เตรียม “ข้อมูลสินค้า” ให้พร้อม สิ่งที่ร้านมักถามคือขายอะไร จุดเด่นคืออะไร เข้ากับคอนเซ็ปต์เพื่อสุขภาพ/ออร์แกนิกไหม แนะนำให้สรุปสั้น ๆ เช่น ประเภทสินค้า รสชาติหลัก จุดขาย (หวานน้อย/ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ) และช่วงอายุสินค้า (กี่วันหลังผลิต) จะช่วยให้ร้านตัดสินใจเร็วขึ้น 2) ตัวอย่างสินค้าสำหรับชิม + ภาพถ่ายสินค้า รอบแรกเรานำสินค้าไปให้เจ้าของร้าน/ทีมที่เกี่ยวข้องดูและชิม การมีรูปสินค้าชัด ๆ (แพ็กเกจจริง ฉลากจริง) จะช่วยมาก เพราะร้านต้องคิดเรื่องการจัดวางบนชั้นและความเข้ากับสินค้าอื่น ๆ ในร้านปันสุขด้วย 3) เช็กลิสต์ฉลาก/ส่วนผสม (โฮมเมดห้ามข้าม) ตอนขายเองเราอาจอธิบายปากเปล่าได้ แต่พอวางในร้าน ควรมีฉลากที่อ่านง่าย อย่างน้อยควรมี: ชื่อสินค้า/รสชาติ, ส่วนผสมหลัก (ระบุสารก่อภูมิแพ้ เช่น นม ไข่ ถั่ว), วันผลิต/ควรบริโภคก่อน, วิธีเก็บรักษา, น้ำหนัก/ปริมาณ และช่องทางติดต่อแบรนด์ พอมีครบ ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น ร้านก็สบายใจ 4) ตกลงเงื่อนไขให้ชัด: ราคา, ส่วนแบ่ง, รอบจ่ายเงิน ก่อนส่งของจริง ให้คุยให้ละเอียดว่า ร้านคิดส่วนแบ่งเท่าไหร่ ใช้ราคาขายหน้าร้านเท่าเดิมไหม มีโปรโมชันหน้าชั้นวางได้หรือเปล่า และร้านสรุปยอด/โอนเงินรอบไหน (รายสัปดาห์/รายเดือน) 5) ใบส่งมอบสินค้า + ทำสต๊อกของตัวเอง อันนี้ช่วยกันพลาดมาก ๆ ทุกครั้งที่นำคุกกี้ไปเติมชั้นวาง เราจะทำใบส่งมอบสินค้า ระบุวันที่ จำนวน รสชาติ และราคาขาย แนะนำถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย เผื่อเช็คยอดกับร้านปันสุขได้ตรงกัน 6) แพ็กเกจให้เหมาะกับ “การวางขายบนชั้น” ถ้าสินค้าเป็นคุกกี้/ขนมอบ ลองเช็กว่าแพ็กเกจตั้งได้ วางซ้อนง่าย ฉลากไม่หลุด และปิดสนิทพอ จะช่วยให้ของดูพรีเมียมขึ้น และลดปัญหาแตกหัก/อากาศเข้าเวลาวางโชว์ ทิปเล็ก ๆ จากที่ลองมา: ถ้าจะไปที่ร้านปันสุข อารีย์ซอย 1 ครั้งแรก ลองเตรียม “ชุดแนะนำสินค้า” ไปด้วย เช่น 1) ใบแนะนำแบรนด์สั้น ๆ 2) รายการรสชาติพร้อมราคาขาย 3) รูปสินค้าตอนจัดวางบนชั้น (ถ้ามี) จะดูมืออาชีพขึ้นมาก และช่วยให้คุยงานจบในรอบเดียว

