ผู้จัดการมรดกหลายคน ”เสียงข้างมาก“ คือหัวใจสำคัญในการจัดการมรดก
⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2567
หลายท่านอาจสงสัยว่า ในกรณีที่ศาลตั้ง "ผู้จัดการมรดกหลายคน" ทุกขั้นตอนต้องเซ็นชื่อพร้อมกันทุกคนหรือไม่? หากมีคนใดคนหนึ่งไม่ว่าง หรือไม่สะดวก จะทำให้การจัดการมรดกนั้นเสียไปหรือไม่? ฎีกาใหม่ล่าสุดฉบับนี้มีคำตอบที่ชัดเจนครับ
📍 ประเด็นแห่งคดี:
โจทย์และ บ. (ผู้จัดการมรดกร่วม) มีความป ระสงค์จะฟ้องจำเลยเพื่อเรียกทรัพย์มรดกคืนสู่กองมรดก แต่ในขั้นตอนการประชุมและมีมติให้ฟ้องคดีนั้น บ. ไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเอง แต่ได้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นและทนายความเข้าร่วมประชุมและลงมติแทน เมื่อมติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ฟ้อง จำเลยจึงยกข้อต่อสู้ว่า "โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง" โดยอ้างว่าผู้จัดการมรดกทุกคนไม่ได้ทำนิติกรรมหรือฟ้องคดีร่วมกันพร้อมกันทุกคน
⚖️ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
• ป.พ.พ. มาตรา 1726: การจัดการมรดกโดยผู้จัดการหลายคน หากพินัยกรรมไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ให้กระทำการตาม "เสียงข้างมาก"
• ป.พ.พ. มาตรา 1732: ผู้จัดการมรดกต้องจัดการตามหน้าที่และทำรายงานบัญชี
• ป.พ.พ. มาตรา 1720, 1723: ความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาทให้นำบทบัญญัติเรื่อง "ตัวแทน" มาใช้บังคับ
🏛️ บรรทัดฐา นที่ศาลวางไว้ (The Legal Precedent):
ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักการจัดการมรดกไว้ 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้:
1. ไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกันทุกคนทุกคราวไป: ธรรมชาติของการจัดการมรดก (เช่น การทำนิติกรรม, การฟ้องคดี, การรับชำระหนี้) ไม่จำต้องให้ผู้จัดการมรดกทุกคนมาปรากฏตัวหรือลงชื่อพร้อมกันเสมอไป
2. การมอบอำนาจทำได้: ผู้จัดการมรดกสามารถแต่งตั้งตัวแทนหรือทนายความให้ดำเนินการแทนในขั้นตอนต่างๆ ได้ เพื่อความสะดวกในการจัดการมรดก
3. ยึดถือ "เสียงข้างมาก" เป็นหลัก: หากการกระทำนั้นได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการมรดกส่วนใหญ่ หรือได้รับความยินยอมจากคนอื่นแล้ว ถือเป็นการจัดการมรดกที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1726 แม้ผู้จัดการมรดกที่เป็นเสียงข้างน้อยจะไม่ได้เข้าร่วมกระทำการนั้นด้วยก็ตาม
✅ บทสรุป: ในคดีนี้ เมื่อโจทก์และตัวแทนของผู้จัดก ารมรดกอีกท่านหนึ่งมีมติร่วมกัน (ถือเป็นเสียงข้างมาก) ให้ดำเนินคดี โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง เรียกที่ดินและทรัพย์สินคืนจากจำเลยได้โดยชอบครับ
#กฎหมายมรดก #ผู้จัดการมรดก #คำพิพากษาศาลฎีกา #ความรู้กฎหมาย #ฎีกา3681 _2567
จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกหลายกรณี ผมพบว่าหลักการที่ศาลฎีกาตีความไว้ในคำพิพากษาฉบับนี้ ช่วยให้การจัดการมรดกมีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้นอย่างมาก บทเรียนสำคัญ คือการเน้นย้ำว่าไม่จำเป็นต้องให้ผู้จัดการมรดกทุกคนดำเนินการพร้อมกัน ซึ่งทำให้ไม่ต้องติดขัดเพราะผู้จัดการท่านใดท่านหนึ่งไม่ว่าง หรือไม่สามารถเข้าร่วมในขั้นตอนนั้นๆ ได้ การเปิดโอกาสให้ผู้จัดการมรดกสามารถมอบอำนาจให้ทนายความหรือตัวแทนดำเนินการได้ช่วยลดข้อจำกัดและอำนวยความสะดวกทั้งในแง่เวลาและการบริหารจัดการ ยิ่งไปกว่านั้น หลักเสียงข้างมากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 และได้รับการยืนยันโดยศาลฎีกานั้น ถือเป็นการเพิ่มความชัดเจนทางกฎหมายและลดความขัดแย้งระหว่างผู้จัดการมรดก เพื่อให้การจัดการดำเนินไปอย่างเป็นธรรมและยุติธรรมสำหรับทายาททุกฝ่าย ในชีวิตจริง เมื่อผมได้ลองใช้หลักการนี้ในการจัดการมรดกของครอบครัวผู้รู้จัก พบว่าการตัดสินใจและการดำเนินคดีกรรมสิทธิ์หรือการฟ้องร้องโดยเสียงส่วนใหญ่ของผู้จัดการมรดก ทำให้สามารถเรียกร้องทรัพย์สินคืนหรือจัดการทรัพย์สินได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าที่อาจเกิดจากขั้นตอนที่ซับซ้อนและข้อพิพาทที่ไม่มีเหตุจำเป็น ดังนั้นถ้าคุณเป็นผู้จัดการมรดกหลายคน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการมรดก การทำความเข้าใจและยึดถือหลักเสียงข้างมากตามกฎหมายนี้ จะช่วยให้การทำงานของทีมผู้จัดการมรดกเป็นไปอย่างราบรื่น และมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจต่างๆ จะได้รับการยอมรับและปกป้องตามกฎหมายอย่างเต็มที่




