เหตุผลที่เราควรมี “slow morning” ☕️
ช่วงก่อนหน้านี้เราสังเกตว่าตัวเองค่อนข้างเอื่อยเฉื่อยในแต่ละวัน
ทั้ง ๆ ที่ก็มีหลายอย่างที่อยากทำ แต่กลับรู้สึกไม่มีแรงหรือเอเนอจี้เหมือนเมื่อก่อน
พอลองสังเกตตัวเองจริง ๆ เราพบว่าสาเหตุหนึ่งอาจมาจาก “การเริ่มต้นวัน”
ในวันหยุด สิ่งแรกที่เราทำหลังตื่นคือหยิบมือถือขึ้นมาเช็ค social media ทุกแพลตฟอร์ ม
จากตั้งใจดูแค่ 5 นาที กลายเป็น 10 นาที แล้วก็เผลอลามไปเป็นชั่วโมง
ส่วนวันที่มีนัดตอนเช้า เราก็มักจะตื่นใกล้เวลานัด ทำให้ต้องทำทุกอย่างแบบรีบ ๆ จนแทบไม่มีเวลาอยู่กับตัวเองเลย
เรารู้สึกว่าถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปคงไม่ดี เลยลองหาข้อมูลดู
แล้วไปเจอบทความเกี่ยวกับ “slow morning”
เขาบอกว่าการเผื่อเวลาให้ตัวเองในตอนเช้า ช่วยให้เราไม่รู้สึกเร่งรีบ พลังงานระหว่างวันดีขึ้น และยังช่วยลดความเครียดกับ anxiety ได้ด้วย
อีกอย่างที่น่าสนใจคือ การเริ่มวันด้วยการไถข่าวหรือ social mediaอาจทำให้สมองได้รับข้อมูลและความเครียดทันทีโดยไม่รู้ตัว
ลยลองปรับ morning routine ของตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ
สิ่งที่เราปรับคือ
• ไม่ไถโทรศัพท์ 1 ชั่วโมงหลังตื่น
• ดื่มน้ำทันทีประมาณ 500 ml
• นั่ ง meditation 10 นาที (เราชอบเปิดคลิปใน YouTube แล้วทำตาม)
• ล้างหน้าแล้วลงไปทำข้าวเช้ากับกาแฟ
• อ่านหนังสือประมาณ 1–2 บท
พอลองทำต่อเนื่องมาสักพักเรารู้สึกได้เลยว่ามันเวิร์คจริง ๆ
ระหว่างวันมีพลังมากขึ้น
ไม่ค่อยหงอยหรือซึมเหมือนก่อน
และรู้สึกว่าตัวเองได้ทำอะไรหลายอย่างมากขึ้นจริง ๆ
เลยอยากมาแชร์ให้กับใครที่อาจกำลังรู้สึกเอื่อย ๆ เหมือนที่เราเคยเป็น
บางทีสิ่งที่เราต้องการ
อาจไม่ใช่การ “เร่งชีวิตให้เร็วขึ้น”
แต่อาจเป็นแค่
การเริ่มต้นวันให้ช้าลงนิดหนึ่งก็ได้ ☀️
แล้วทุกคนมี morning routine แบบไหนกันบ้างคะ?












