เบื่อไหมครับ!!!เก็บมะละกอมาบ่ม หรือวางไว้2-3วันลูกก็เน่า หรือส่งเข้าแผงไปแล้วก็ไปเน่าที่แผงหรือลูกค้า!!
#สาเหตุ: เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides
#การระบาด: เชื้อสามารถเข้าผลตั้งแต่ยังดิบ (latent infection) แต่ยังไม่แสดงอาการ จนกระทั่งผลแก่หรือช่วงบ่มสุก อาการจะปรากฏชัด
#อ าการ: จุดสีน้ำตาลคล้ำบนผิว → ขยายเป็นวงบุ๋ม → มีสปอร์สีชมพู/ส้มขึ้นบนผิวแผล
**เงื่อนไขที่กระตุ้น: ความชื้นสูง ฝนชุก อุณหภูมิ 25–30°C
#กลุ่มสารที่เหมาะกับกันเน่าแอนแทรคโนสในมะละกอสุก
(เลือกใช้สลับกันเพื่อลดการดื้อยา)
1. สเตรบิลูริน (QoI)
อะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin) – PHI ประมาณ 7 วัน
ไพราคลอสโตรบิน (Pyraclostrobin) – PHI ประมาณ 7 วัน
2. ไตรอะโซล (DMI)
ไดฟีโนโคนาโซล (Difenoconazole) – PHI 7 วัน
ทีบูโคนาโซล (Tebuconazole) – PHI 7–14 วัน
3. กลุ่มสัมผัส (Protectant)
แมนโคเซบ (Mancozeb) – PHI 7 วัน
คลอโรทาโลนิล (Chlorothalonil) – PHI 7 วัน
****ควรสลับกลุ่มยากันนะครับ ดูดซึมสลับสัมผัส#สวนมะละกอฮอลแลนด์ #มะละกอฮอลแลนด์เพชรบุรีชัยนาท #ขายส่งต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์
เวลาเจอ “แอนแทรคโนส” ในมะละกอ สิ่งที่น่าหงุดหงิดสุดคือผลตอนเก็บดูยังสวย แต่พอเข้าช่วงบ่มสุก 2–3 วันกลับเริ่มเป็นจุดคล้ำแล้วลามจนเน่า อาการนี้เข้าทางโรคแอนแทรคโนสเลย เพราะเชื้อรา (Colletotrichum gloeosporioides) มักแฝงอยู่ตั้งแต่ผลยังดิบ (latent infection) แล้วมาแสดงอาการทีหลัง จากประสบการณ์ที่สวน สิ่งที่ช่วย “ลดเน่าหลังเก็บเกี่ยว” ได้จริง ไม่ได้มีแค่การพ่นยาอย่างเดียว แต่เป็นการจัดการทั้งระบบตั้งแต่ในแปลงจนถึงการคัดแยกผล 1) สังเกตอาการให้ทัน ถ้าเห็นจุดสีน้ำตาลคล้ำบนผิวผล แล้วค่อย ๆ ขยายเป็นวงบุ๋ม พอความชื้นสูงจะเริ่มเห็นผง/เมือกสปอร์สีชมพูหรือส้มบนแผล แบบนี้โอกาสเป็นแอนแทรคโนสสูงมาก โดยเฉพาะช่วงฝนชุก อุณหภูมิประมาณ 25–30°C 2) ลดความชื้นรอบทรงพุ่ม = ลดแรงกดดันโรค ผมจะเน้นตัดแต่งใบที่บังทึบ ลดใบแก่ที่สัมผัสดิน และจัดระยะให้ลมโกรก เพราะแอนแทรคโนสชอบสภาพชื้นแฉะมาก ๆ ยิ่งน้ำค้างนานหรือมีฝนถี่ โรคจะมาไว 3) เก็บเกี่ยวและขนย้ายแบบ “ไม่ทำให้ช้ำ” รอยถลอก/ช้ำเป็นจุดเริ่มให้เชื้อเข้าทำลายแล้วลามตอนบ่มสุกได้ง่าย แนะนำใช้ตะกร้าหรือวัสดุรองกันกระแทก อย่าวางซ้อนสูงเกิน และคัดผลที่มีรอยก่อนส่งเข้าตลาด 4) การใช้สารป้องกันกำจัด: สลับกลุ่ม ลดดื้อยา ถ้าจำเป็นต้องใช้สาร ให้ยึดหลักสลับ “ดูดซึม” กับ “สัมผัส” และสลับกลุ่มออกฤทธิ์ (เช่น QoI, DMI, protectant) ไม่ใช้กลุ่มเดิมซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง จะช่วยชะลอการดื้อยาได้ดี และอย่าลืมดูช่วงเว้นเก็บเกี่ยว (PHI) ตามฉลากทุกครั้ง 5) ทริคเล็ก ๆ ก่อนบ่ม หลังเก็บเกี่ยว ถ้าแยกผลให้แห้ง ไม่กองอับ และหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ร้อนชื้น จะช่วยชะลอการลุกลามของแผลได้ระดับหนึ่ง เพราะพอความชื้นสูง เชื้อจะเดินเร็วมาก สรุปคือ แอนแทรคโนสไม่ใช่โรคที่แก้ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าจัดการความชื้นในแปลง + เก็บเกี่ยวไม่ให้ช้ำ + คัดแยก + สลับกลุ่มสารอย่างถูกต้อง ปัญหาผลเน่าช่วงบ่มสุกจะลดลงเห็นได้ชัดครับ













