ใบเป็นรอยเริ่มจาก จุดสีซีด/เหลืองเล็ก ๆ กระจายบนใบ จุดเหล่านี้รวมตัวกันเป็นปื้นสีน้ำตาล เมื่อเนื้อใบเสียหายมาก จะ แห้งและขาดเป็นรูใบที่ถูกทำลายมากมักอยู่ กลาง–ล่างของต้น และเริ่มลามขึ้นบนในช่วงอากาศร้อนแห้ง มันคืออาการของอะไรกันแน่ ระหว่าง"เชื้อรากับไรแดง!!!"
1. พลิกดูใต้ใบ จะพบไรแดงตัวเล็กมาก สีแดง/น้ำตาล-/ส้ม เคลื่อนไหวเร็ว
2. ใช้แว่นขยายส่องจะเห็นชัดเจน
3. อาจมีใยบาง ๆ คลุมใต้ใบ (โดยเฉพาะระบาดหนัก)
1.ลดจำนวนไรลงด้วยวิธีการทางกายภาพ
-ตัดใบที่เสียหายออกจากสวน (ใส่ถุงมัดแล้วเผาทำลาย)
2.2. ใช้สารกำจัดไร (เลือกหมุนเวียนเพื่อลดดื้อยา)
กลุ่มกำจัดไรโดยตรง เช่น
-อะบาเม็กติน (Abamectin)
-เฟนไพรอกซิเมต (Fenpyroximate)
-ไซฟลูมีโฟน (Cyflumetofen)
-ไพริดาเบน (Pyridaben)
ใช้หมุนเวียน ไม่ใช้ซ้ำติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง
**ตัวยายังมีมากกว่านี้นะครับ
ยิ่งถ้าสวนไหนกำลังเก็บลูกต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษนะครับ เพราะถ้าไรแดงลงแล้วผลผลิตจะขายเป็นเบอร์สวยไม่ได้ เพราะผิวจะซีด สีเนื้อจะไม่แดงไม่หวานและสุกแดด ^-^#สวนมะละกอฮอลแลนด์ #มะละกอฮอลแลนด์เพชรบุรีชัยนาท #ขายส่งต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์
นอกจากการสังเกตอาการใบมะละกอที่มีจุดสีซีดหรือเหลืองแล้ว การสังเกตให้ละเอียดถึงไรแดงที่ซ่อนใต้ใบยังเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะหากปล่อยไว้อาการจะลุกลามและทำลายใบได้มาก ส่งผลต่อความสวยและคุณภาพของผลมะละกอโดยตรง ในช่วงที่สภาพอากาศแห้งและร้อน เราจะเห็นอาการลามขึ้นบนต้นได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการสังเคราะห์แสงและการเจริญเติบโตของต้นมะละกออย่างชัดเจน การจัดการอย่างรวดเร็ว เช่น การตัดใบที่เสียหายและทำลายทิ้ง เป็นวิธีลดจำนวนไรแดงทางกายภาพที่ได้ผลดี และควรใช้สารกำจัดไรหมุนเวียนกันไปเพื่อป้องกันการดื้อยา สำหรับสวนที่กำลังเก็บผลผลิต ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะไรแดงจะส่งผลต่อผิวและคุณภาพของผล ทำให้สีผิวซีด ไม่สวยและรสชาติหวานน้อยลง การเลือกใช้สารกำจัดไรเช่นอะบาเม็กติน, เฟนไพรอกซิเมต และสารอื่น ๆ ที่เหมาะสม ควรปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาคุณภาพผลผลิตให้คงที่ นอกจากนี้ การดูแลสวนให้มีความชื้นสมดุลและสภาพแวดล้อมเหมาะสมช่วยลดโอกาสการระบาดของไรแดงได้ด้วย ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่สำคัญสำหรับเกษตรกรที่รักและตั้งใจดูแลสวนมะละกอของตัวเองอย่างยั่งยืน









