Automatically translated.View original post

Type of "acne marks"

"Acne has disappeared... but the marks are still there."

A problem that many people are worried about because each type of trail has to take care of it differently.

Three types of acne marks are summarized for easy to understand so that everyone starts taking care of the skin more correctly.

🔹 Acne redness (PIE)

It is caused by acne inflammation, causing the blood vessels under the skin to dilate, causing red, pink, or light purple marks. Even if the acne is gone, the marks remain.

This type requires reducing inflammation and applying sunscreen every day.

🔹 Acne black marks (PIH)

It is caused by more melanin pigment after inflammation, leaving brown-black marks and often lasts for months if not supervised.

The focus must be on whitening, pigment reduction and uniform sunscreen.

🔹 Atrophic Scars

Severe acne scars, so that the skin loses collagen, causing shallow, deep, or wavy concavity. Care must be on the spot rather than the usual marks.

Cooperatives such as lasers or specialized treatments are often required for clear results.

✨ Why do you have to separate acne?

Because each responds differently to care, the sooner you know it, the sooner you solve it, and the sooner your skin recovers.

# seren # Acne scars # Acne scars # Acne marks fade quickly # Lemon 8 Howtoo

2025/12/2 Edited to

... Read moreหลังจากที่สิวหายแล้ว หลายคนมักกังวลกับรอยสิวที่ยังคงอยู่บนผิวหน้า ซึ่งรอยเหล่านี้มีความแตกต่างกันและต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด รอยแดงจากสิว หรือ Post-Inflammatory Erythema (PIE) เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณผิวหนังหลังจากการอักเสบของสิว ทำให้เห็นเป็นรอยแดง ชมพู หรือม่วงอ่อน ซึ่งแม้สิวจะหายไปแล้ว รอยแดงนี้อาจคงอยู่ได้เป็นเวลานาน การดูแลควรเน้นการลดการอักเสบ เช่น ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านการอักเสบอย่างเช่นสารสกัดจากชาเขียว รวมถึงการทาครีมกันแดดทุกวันเพื่อลดโอกาสการทำร้ายผิวจากแสงแดดที่อาจกระตุ้นให้รอยแดงรุนแรงขึ้น รอยดำจากสิว หรือ Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดสีเมลานินผลิตมากขึ้นหลังจากการอักเสบของสิว ส่งผลให้ผิวเกิดรอยสีน้ำตาลถึงดำซึ่งมักจะอยู่ได้นานหลายเดือนหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม การใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมอย่างเช่น วิตามินซี, กรดโคจิก หรือไนอาซินาไมด์ สามารถช่วยลดเลือนเม็ดสีเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัดเพราะรังสี UV จะเพิ่มการสร้างเมลานินและทำให้รอยคล้ำดูชัดเจนขึ้น รอยหลุมสิว หรือ Atrophic Scars เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากการอักเสบของสิวรุนแรงจนทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน เป็นรอยเว้าตื้นหรือหลุมลึก การรักษารอยหลุมสิวมักต้องใช้หัตถการทางการแพทย์ เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือการทำทรีตเมนต์เฉพาะทางร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น เรตินอยด์ หรือกรดผลไม้ (AHA) การแยกรอยสิวให้ถูกต้องและเข้าใจสภาพผิวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละชนิดของรอยสิวต้องการวิธีดูแลและรักษาที่แตกต่างกัน ยิ่งเริ่มต้นดูแลเร็วและเหมาะสมเท่าไหร่ ก็จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาเรียบเนียนและมีสุขภาพดีขึ้นได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงความเครียด การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ก็ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูและลดโอกาสเกิดรอยสิวใหม่อีกด้วย สุดท้ายนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเภทของรอยสิว เพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด