ทำไมปั้มไฮดรอลืคร้อนแล้วไม่มีแรง?
EP.18 อาการ “เกียร์ปั๊มไฮดรอลิคร้อนแล้วไม่มีแรง”
เป็นปัญหาที่พบบ่อยในระบบไฮดรอลิค โดยสาเหตุหลักเกิดได้ทั้งจาก ตัวปั๊มเอง, น้ำมัน, และ ระบบภายนอก ครับ — มาดูรายละเอียดทีละข้อ 👇
---
🔧 1. ตัวปั๊ม (Gear Pump) เสื่อมสภาพ
เมื่อปั๊มร้อนแล้วแรงดันตก มักบ่งบอกว่าชิ้นส่วนภายในขยายตัวหรือรั่วภายในมากขึ้น เช่น
เฟือง (Gear) กับบ่าปั๊ม สึก ทำให้เกิด Internal Leakage
ฝาปิดหน้า-หลัง (End Plate) สึก ไม่แนบสนิทกับเฟือง
Bearing/บุชชิ่งหลวม ทำให้เฟืองเยื้องศูนย์ น้ำมันรั่วกลับได้
เมื่อร้อน ความหนืดของน้ำมันลดลง → การรั่วภายในมากขึ้น → แรงดันตก ไม่มีแรง
👉 วิธีตรวจสอบ:
วัดแรงดันขณะเย็นและขณะร้อน (แรงดันลดมากกว่า 15–20% แสดงว่าปั๊มรั่วภายใน)
ฟังเสียงหรือสั่นผิดปกติของปั๊ม
---
🛢️ 2. น้ำมันไฮดรอลิคร้อนเกินไป / คุณสมบัติไม่เหมาะสม
น้ำมันร้อนเกินไป (>60–70°C) → ความหนืดลด → รั่วภายในมากขึ้น
ใช้น้ำมันเบาเกินไป (เช่น ISO 32 ในระบบที่ควรใช้ ISO 46 หรือ 68)
มีฟองอากาศ (Air Mixed) จากการดูดอากาศเข้า หรือกรองดูดตัน
👉 ผลที่เกิด:
แรงดันตก
ปั๊มร้อนผิดปกติ
เสียงดัง “หอน” หรือ “ดังฟอดฟอด” จาก cavitation
---
⚙️ 3. ระบบภายนอกมีปัญหา
วาล์วปรับแรงดัน (Relief Valve) รั่วหรือปรับแรงดันต่ำเกิน
โหลดภายนอกหนักเกิน หรือ มอเตอร์ขับปั๊มรอบต่ำเกิน
Oil cooler ไม่ทำงาน / อุดตัน ทำให้ความร้อนสะสม
---
🧰 4. วิธีแก้เบื้องต้น
1. ตรวจอุณหภูมิน้ำมัน (ควรไม่เกิน 60°C)
2. ตรวจวัดแรงดันตอนเย็นและตอนร้อน เปรียบเทียบ
3. ตรวจการรั่วไหลรอบปั๊ม วาล์ว และท่อ
4. ตรวจกรองดูด (Suction Filter) ว่าอุดตันหรือไม่
5. หากแรงดันตกเมื่อร้อน → ควรเปลี่ยนหรือโอเวอร์ฮอล์เกียร์ปั๊ม
---
หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น
ยี่ห้อ/รุ่นของปั๊ม
แรงดันที่ใช้ (bar หรือ PSI)
อุณหภูมิน้ำมันโดยประมาณ
ผมสามารถช่วยวิเคราะห์ให้ชัดเจนขึ้นได้ครับ ว่าปัญหามาจากส่วนใดแน่ (เช่นปั๊มเสื่อม หรือน้ำมันไม่เหมาะ)
เยี่ยมครับ 👍
ตารางนี้เป็นแบบ ช่างเทคนิคอุตสาหกรรม ใช้สำหรับวิเคราะห์อาการ “เกียร์ปั๊มไฮดรอลิคร้อนแล้วไม่มีแรง” โดยเฉพาะ
---
🧭 ตารางวิเคราะห์อาการ – สาเหตุ – วิธีแก้ไข
อาการ: เกียร์ปั๊มร้อนจัด และแรงดันตก / ไม่มีแรงยก
ลำดับ อาการที่พบ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีตรวจสอบ วิธีแก้ไข
1 ปั๊มร้อนเร็ว แรงดันตกเมื่อร้อน ชิ้นส่วนภายในปั๊ม (เฟือง, ฝาปิด, บุชชิ่ง) สึกหรือรั่วภายใน วัดแรงดันตอนเย็นและตอนร้อน เปรียบเทียบ (ถ้าตก >15–20% คือปั๊มรั่ว) เปลี่ยนหรือโอเวอร์ฮอล์เกียร์ปั๊ม
2 ปั๊มมีเสียงดัง “หอน” หรือ “ดูดอากาศ” ท่อดูดรั่ว / ซีลด้านดูดรั่วอากาศเข้า / กรองดูดตัน ใช้น้ำมันทาที่ข้อต่อดูดขณะเดินระบบ ถ้าเสียงลดลงแสดงว่ารั่วดูด ขันข้อต่อให้แน่น เปลี่ยนโอริง / ซีล และล้างหรือเปลี่ยนกรองดูด
3 น้ำมันร้อนจัดตลอดเวลา ระบบระบายความร้อนไม่ดี (ไม่มี oil cooler หรืออุดตัน) วัดอุณหภูมิน้ำมัน (ไม่ควรเกิน 60°C) ล้าง/เปลี่ยน oil cooler, เพิ่มการระบายอากาศ
4 แรงดันไม่ถึงค่าที่ตั้งไว้ วาล์วแรงดัน (Relief Valve) รั่ว หรือปรับต่ำเกิน วัดแรงดันขณะปิดโหลด ถ้าต่ำกว่าค่าตั้งมากคือวาล์วรั่ว ถอดล้างหรือเปลี่ยน Relief Valve
5 ปั๊มร้อนแต่แรงดันยังพอมี ใช้น้ำมันเบาเกินไป (เช่น ISO 32 ในระบบควรใช้ ISO 46/68) ตรวจชนิดน้ำมันจากถังน้ำมัน เปลี่ยนเป็นน้ำมันที่ความหนืดเหมาะกับสเปกรอบและแรงดัน
6 ปั๊มร้อนผิดปกติเมื่อทำงานนาน มอเตอร์ขับรอบ ต่ำหรือแรงบิดไม่พอ ตรวจรอบมอเตอร์ด้วยเครื่องวัดรอบ ตรวจแรงดันไฟ/รอบมอเตอร์ให้ได้ตามสเปก
7 ปั๊มแรงตกเป็นช่วง ๆ มีฟองอากาศในน้ำมัน (Cavitation / Aeration) ดูระดับน้ำมัน ถ้ามีฟองหรือขุ่น เติมน้ำมันให้พอ เปลี่ยนกรอง ล้างถัง
---
📌 สรุปแนวทางตรวจเบื้องต้น
1. วัดแรงดันตอนเย็น – ตอนร้อน
→ ถ้าตกมากกว่า 20% ปั๊มเสื่อม
2. วัดอุณหภูมิน้ำมันในถัง
→ เกิน 60°C แสดงว่าระบบระบายความร้อนไม่ดี
3. ฟังเสียงดูดอากาศ / ตรวจกรองดูด
→ ถ้ามีเสียง “หอน” หรือ “ดังฟอดฟอด” คือ cavitation
4. ตรวจ Relief Valve และแรงดันตั้งต้น
→ ต้องแน่ใจว่าไม่รั่วหรือปรับต่ำเกิน
---
เมื่อเพื่อนๆช่างอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็หวังว่า จะเป็นข้อมูลประกอบในการดูแลรักษาระบบไฮดรอลิคของเพื่อนๆกันนะครับ ให้อายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไม่เกิดการเสียหายบ่อยๆ หรือ ถ้าเกิดการเสียหายก็ แก้ไขได้ทันท่วงที ได้ถูกจุด
ฝ่ายบริการศูนย์ซ่อมปั๊มไฮดรอลิควีเท็ค🧑🔧🔧🔧
VTECHENGINEERING






















