Automatically translated.View original post

✨ Come back and see Dragon Ball Z. Is it still fun now?

For those who grew up with Dragon Ball Z (I rented the VDO Dragon Ball Roll 1, I'll tell you), after decades, we often complained of being bored with many episodes of protracted fighting before releasing the Gengi ball before dividing the power, but when I grew up, I felt that that was the charm "prolongation that I loved." At that time, I didn't prolong it to release the power or not. Shot and the villain would die. The story was over or not. This is not yet a very linear story, unlike today's complicated cartoons.

Compared to the weekly comics of today, such as one piece, Naruto, which stretch and compose dozens of additional episodes (I tell you, if you're going to find an episode that matches the book, you'll be very confused about which episode it is), Dragon Ball Z is still more straightforward than when you start looking at it, it's not as boring as you think, and think of Master Toriyama as the father of shonen comics. Without the master, there wouldn't be many more famous comics that use Dragon Ball as a force, and when you watch it now, the memories are still "fresh" every time you pick it up. ❤️# Dragonball # Anime # Drug sign with lemon8 # netflix anime # reviewtothemoon

2025/8/25 Edited to

... Read moreถ้าถามว่า “กลับมาดู Dragon Ball Z ตอนนี้ยังสนุกมั้ย” สำหรับผมคำตอบคือยังสนุกมาก แต่ความสนุกมันเปลี่ยนจากตอนเด็กนิดนึง ตอนเด็กเราจะเอาใจช่วยว่าโกคูจะชนะมั้ย จะปล่อยท่าไม้ตายทันไหม แต่พอโตขึ้น เราจะเริ่มสนุกกับ “รายละเอียดของตัวละคร” และจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ ไต่ระดับจนถึงจุดพีค สิ่งแรกที่ทำให้ดูซ้ำแล้วยังมัน คือการได้กลับไปจำชื่อและบทบาทของตัวละคร Dragon Ball Z ให้ครบ ๆ ไม่ว่าจะเป็น โกคู ที่ยังเป็นสายพยายามสุดตัว, เบจิต้า ที่พัฒนาจากความหยิ่งทระนงไปสู่ความเป็นพ่อและนักสู้จริง ๆ, พิคโกโร่ ที่จากศัตรูกลายเป็นคนที่คอยคุมสติและช่วยทีมตลอด, และคุริริน ที่ถึงพลังจะไม่เทพเท่าคนอื่น แต่เป็นตัวแทน “มนุษย์ธรรมดา” ที่ยังกล้าสู้ในสนามเดียวกับพวกสัตว์ประหลาด หลายคนอาจเสิร์ชหาเจาะ ๆ อย่าง “คุริริน ดราก้อนบอล” หรือ “ดราก้อนบอล เซล” เพราะอยากรู้ว่าช่วงไหนสนุกสุด สำหรับผม ถ้าอยากเริ่มดูให้ติด แนะนำเริ่มจากภาคไซย่า (ราดิซ/เบจิต้า) ก่อนเลย เพราะเป็นจุดที่ความเข้มข้นพุ่งเร็วมาก และทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของทีม Z-Fighter ชัดขึ้น ส่วนภาคเซลจะให้ฟีลอีกแบบ คือความกดดันและการไต่ระดับพลังแบบเป็นขั้นเป็นตอน (แถมมีโมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า “เด็กคนนั้นโตแล้วจริง ๆ”) ใครที่ชอบแนวทัวร์นาเมนต์+ดราม่าปนแอ็กชัน ภาคนี้ตอบโจทย์มาก อีกคีย์เวิร์ดที่คนชอบหา คือ “ยาจิโรเบ้” ตัวนี้พอกลับมาดูใหม่จะยิ่งขำ เพราะเป็นตัวละครที่เหมือนมาแบบกาว ๆ แต่บางจังหวะกลับมีผลกับเรื่องแบบคาดไม่ถึง ทำให้ Dragon Ball Z ไม่ได้มีแค่วัดพลังกันอย่างเดียว ยังมีความฮาและความเป็น “ทีมเวิร์ก” แทรกอยู่ตลอด ถ้าคุณเป็นสายอยากหาภาพสวย ๆ ไว้ตั้งหน้าจอ เช่น dragon ball z wallpaper หรืออยากดูงานภาพ/งานอาร์ต (dragon ball z art) บอกเลยว่าดูซ้ำรอบนี้จะสังเกตลายเส้นและการออกแบบตัวละครได้ชัดมาก โดยเฉพาะร่างซูเปอร์ไซย่า ความรู้สึกตอนแปลงร่างครั้งแรก ๆ ยังขนลุกเหมือนเดิม สุดท้าย สิ่งที่ทำให้ผมอยากหยิบมาดูอีก คือความรู้สึกเหมือนได้กลับไปทักทาย “ตำนาน” ของการ์ตูนโชเน็น และนึกถึงอาจารย์อากิระ โทริยามะ ที่ทิ้งแรงบันดาลใจไว้กับหลายเรื่องจริง ๆ ถ้าคุณลังเลอยู่ แนะนำให้ลองเปิดดู 3-5 ตอนแรก แล้วคุณจะเข้าใจเองว่าทำไม Dragon Ball Z ถึงยังอยู่ในใจคนดูเสมอ