🧐ถ้าพ่อแม่พูด Eng ไม่ได้ ลูกจะเก่งภาษาได้ไหม?🤷🏻‍♀️

“ยูสำเนียงดีจัง เรียนอินเตอร์ตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?”

“อยากให้ลูกเก่งภาษาแบบนี้บ้าง พ่อแม่สอนยังไง?”

“ถ้าต้องส่งลูกไปเทคคอร์สต่างประเทศคงไม่ไหวหรอก”

เป็นคำถามที่แบ๊วได้รับบ่อยมาก แต่จริงๆแล้ว แบ๊วไม่ได้เรียนอินเตอร์แต่เด็ก พ่อแม่ไม่ได้เก่งภาษา ไม่มีใครให้ฝึกพูดด้วย แล้วก็ไม่เคยได้ไปเรียนคอร์สภาษาที่ต่างประเทศเลยค่ะ ทักษะภาษาอังกฤษทั้งหมดที่มีติดตัวคือการสะสมมาทีละนิดตั้งแต่เด็กๆ👏🏻 เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้ปกครอง และน้องๆที่อยากฝึกภาษาด้วยตัวเอง

พ่อแม่แบ๊วไม่ได้เก่งภาษาค่ะ แค่ฟังเข้าใจบ้าง แต่เค้าอยากให้เราพูดภาษาอังกฤษให้ได้เก่งๆ เพื่ออนาคตที่ดี แต่ว่าบ้านเราไม่ได้รวยพอที่จะส่งลูกเรียนอินเตอร์ได้🥹 ก็เลยเริ่มต้นจากการให้ฟังเพลงสากลตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็ฟังไม่ออกหรอกค่ะแต่ก็ได้ซึมซับการออกเสียงในโทนต่างๆ

พอเข้าอนุบาล 3 ก็โดนบังคับให้ “ท่องศัพท์ทุกวัน” ซึ่งอันนี้คุณแม่ก็ต้องไปนั่งหาคำศัพท์ที่เหมาะสมกับช่วงอายุของเรา ตลอดจนการออกเสียงและคำแปลมาให้เราท่อง ช่วงแรกก็ค่อนข้างงอแงเพราะจำไม่ได้ โดนดุบ้าง บ่นบ้าง ตีบ้าง😭 ทรมานเหมือนต้องทำ quiz ทุกวันก่อนจะกินข้าว ดูการ์ตูน ทำแบบนี้ยาวไปจนประถมเลย

แต่ตรงนี้กลายมาเป็นรากฐานให้เราชอบเรียนภาษาอังกฤษ!✨

เพราะช่วงประถม มีครูต่างชาติมาสอนที่โรงเรียน พอเรารู้คำศัพท์เยอะกว่าเพื่อน เลยกลายเป็นคนเก่งของห้อง เรารู้สึกว่าเข้าใจที่ครูพูด แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็จับใจความได้ พอเราทำได้ดี เราก็ชอบวิชานี้ไปโดยปริยาย💕 หลังจากนั้นก็ไม่ต้องให้ใครมาบังคับหรือจู้จี้แล้วค่ะ แบ๊วกลับมาหาหนังดู จดศัพท์ใหม่ ฝึกการฟัง แปลบทความ ทุกอย่างที่เราทำก็เพราะความชอบส่วนตัว เราอยากเก่งขึ้น อยากฟัง พูด อ่าน เขียนได้แบบเจ้าของภาษา☺️

พอพ่อแม่เห็นว่าเราทำได้ดี เค้าก็อยากสนับสนุนให้เราเก่งขึ้นอีก ด้วยการติดเคเบิ้ลทีวีให้เราดูช่องที่มีสาระและได้ฟังภาษาอังกฤษตลอดเวลา เช่น History Channel / National Geographic นอกจากภาษาเราก็ได้เกร็ดความรู้รอบตัวอื่นๆไปด้วย และก็พาไปเรียนอังกฤษเสริมวันเสาร์💜

จากการทดสอบก่อนเรียน แบ๊วได้เลเวล 6 จาก 8 ถือว่าพื้นฐานดีมาก ทีนี้ก็ได้สนทนากับครูต่างชาติ และเรียนแกรมม่าเพื่อเสริมความถูกต้อง … รู้สึกโชคดีที่เราเลือกทำแบบนี้ เพราะในคลาสเราจะเจอคนที่ไวยากรณ์แน่น แต่พูดไม่เก่งหลายคน🥹 เพราะเค้าคิดเป็นภาษาไทยก่อน พอแปลในหัวแล้วก็กังวลจนไม่กล้าพูด แต่กลับกันแบ๊วคิดเป็นภาษาอังกฤษไปเลย พูดโดยใช้คลังคำศัพท์ในหัวจับมารวมกันไปก่อน โดยไม่ได้กลัวว่าจะผิด ซึ่งคุณครูค่อยๆช่วยปรับรูปประโยคให้เราทีหลังได้

พอเรียนจบระดับ 8 ก็กลับมาฝึกฝนด้วยตัวเองแล้วค่ะ (เพราะไม่รู้จะเรียนอะไรต่อ😂) แบ๊วยังคงดูหนังและฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง ฝึกฟังโดยไม่เปิดซับ พอเจอคำที่ฟังไม่ออกจริงๆ ถึงจะดูซับ Eng แล้วจดคำนั้นไปหาความหมาย ทำให้เราได้ฟังภาษาอังกฤษแบบที่คนพูดกันในชีวิตจริง ไม่ฟังดูแปลกเหมือนหนังสือแบบเรียน ที่เริ่ดที่สุดคือเราแทบไม่เคยต้องอ่านวิชานี้เลย (ยกเว้นตอนสอบแกรมม่า) เพราะทุกครั้งที่อ่านคำถาม สมองเหมือนจะมีคำตอบให้เราอยู่แล้ว ... เดาว่าประโยคนั้นๆก็คงจะคุ้นหูมาจากหนังสักเรื่องที่เราเคยดูแหละค่ะ😚

สุดท้าย ถึงพ่อแม่จะพูดภาษาอังกฤษกับเราไม่ได้ แต่แบ๊วคิดว่าเราสร้างสกิลการพูดและสำเนียงจากสื่อที่ดูมาก็ได้เหมือนกัน✨ เพราะแบ๊วโตมากับหนัง ซีรี่ส์ และโปรแกรมทีวีทางฝั่งอเมริกา สำเนียงก็จะออกอเมริกันไปโดยปริยาย มองย้อนกลับไปก็รู้สึกขอบคุณพ่อกับแม่มากๆ ที่ถึงแม้บ้านจะไม่ได้รวยแต่ก็ลงทุนกับการศึกษาให้เราทุกทางที่ทำได้💕 ด้วยสกิลภาษาที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เราไม่ต้องมาเหนื่อยตอนโต และแบ๊วสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยนานาชาติได้ในที่สุดค่ะ

ก็หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์และกำลังใจให้ใครหลายๆคนได้บ้างนะคะ ทุกคนฝึกภาษากันยังไง แชร์กันได้น้า🫶🏻

#วันละโพสต์ #ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง #สอนลูกพูดอังกฤษ #สอบtoeic #ประสบการณ์ตรง

กรุงเทพมหานคร
2025/10/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมนอกจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เล่ามาแล้ว การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในเด็กที่พ่อแม่เองไม่เก่งภาษานั้น ยังสามารถทำได้ด้วยวิธีและเทคนิคที่หลากหลายซึ่งสามารถปรับให้เหมาะกับบริบทครอบครัวและงบประมาณของแต่ละบ้าน หนึ่งในวิธีที่ได้ผลอย่างมาก คือการสร้างสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษให้เด็กได้เจอคำศัพท์และประโยคในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการสอนโดยตรงแต่เป็นการซึมซับจากการฟังและเห็น เช่น การฟังเพลงสากลที่มีเนื้อร้องชัดเจน การดูหนังหรือการ์ตูนภาษาอังกฤษพร้อมคำบรรยายเพื่อช่วยให้เข้าใจและฝึกออกเสียง การอ่านนิทานและหนังสือภาษาอังกฤษที่เหมาะสมกับวัย หรือแม้แต่การฝึกเขียนไดอารี่เป็นภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาการเรียบเรียงความคิด พ่อแม่ยังสามารถส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ภาษาโดยใช้สื่อและเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันฝึกภาษา หรือการเข้าร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์กับคนที่สนใจภาษาอังกฤษเหมือนกัน ซึ่งช่วยให้เด็กได้ฝึกพูดและฟังภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นใจและลดความกังวลเมื่อต้องใช้ภาษา สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องโดยไม่กดดัน ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านความสนุกและความชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เด็กมีแรงจูงใจภายในสูง เช่น เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถสื่อสารกับครูต่างชาติหรือเพื่อนใหม่ได้ ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจและอยากพัฒนาทักษะภาษาให้ดีขึ้น โดยสรุป การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเด็กไม่ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่ต้องพูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่ แต่ขึ้นกับความตั้งใจและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การใช้สื่อที่เหมาะสมและการสนับสนุนที่ถูกทางก็จะช่วยให้เด็กเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

ค้นหา ·
ลูกพูดแบบนี้

12 ความคิดเห็น

รูปภาพของ greyhairladytan
greyhairladytan

👍คุณพ่อกับคุณแม่วิสัยทัศน์สุดยอดไปเลยค่ะ แถมลูกๆก็ชอบด้วย เยี่ยมๆๆ

ดูเพิ่มเติม(2)
รูปภาพของ Shallweglow
Shallweglowผู้สร้าง

ปล. ถ้าคุณรู้จัก talking dic … คุณไม่เด็กแล้วค่ะ😂

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม