Automatically translated.View original post

Girl 30 + Bundle Includes 6 Moisturizer Reviews Used This Year

Once up to 30, a thin moisturize, light texture, apply and seep quickly. It can be called no longer taken. 🫠 The skin that used to be annoyed. Now even raise your hand to say, can you please come back? 😂

Why 🛡️ the older the skin, the drier?

Because of the older age, the skin produces less oil, the less natural oil, the less elastic it decreases. The natural skin shield is weak, the less self-protective. When the less nourishing oil dries the skin, cracks, forms a small lesion that cannot be seen by the eye. Germs can hurt the skin again. 💔

So if we feel that the original skincare is not getting enough, we might have to re-evaluate our face and adapt the routine to our skin type at different ages.

And every 30 + person, this time, which love moisturizer? Can you recommend your friends? 🫶🏻✨

# Skincare aged 30 # Howtobeauty # Moisturizer # Talk beauty together # Lemon 8 drug label

2025/12/6 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเสิร์ชคำว่า “มอยส์เจอร์ไรเซอร์ รีวิว” แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง เราอยากแชร์วิธีเลือกแบบใช้งานได้จริง (โดยเฉพาะวัย 30+ ที่ผิวเริ่มแห้งง่ายขึ้น) เพราะแค่ “ชุ่มชื้นตอนทา” อาจไม่พอ ต้องดูเรื่องเกราะผิวด้วยค่ะ 1) เลือกมอยส์ตามปัญหา “ผิวขาดน้ำ” vs “ผิวแห้ง/เกราะผิวพัง” - ผิวขาดน้ำ: มักจะตึงๆ ระหว่างวัน แต่ยังมันได้อยู่ แนะนำเนื้อเจล/เจลครีมที่เติมน้ำให้ผิวก่อน เช่นแนวเดียวกับ Isdin Age Contour หรือเจลใสที่ทาแล้วไม่หนักผิว แล้วค่อยปิดด้วยครีมบางๆ - ผิวแห้งจริง/เกราะผิวอ่อนแอ: จะลอก แดงง่าย ระคายเคืองง่าย ให้มองหาคีย์เวิร์ด “Double Barrier/Barrier Repair/ล็อคความชุ่มชื้น” แบบแนว Curecode Double Barrier Cream หรือ Labatorian Oceans ที่เน้นเสริม-ซ่อมเกราะผิว 2) ดูส่วนผสมที่ช่วย “ล็อค” มากกว่าชุ่มชื้นชั่วคราว ถ้าทาแล้วชุ่มแป๊บเดียว พอกลางวันแห้งอีก แปลว่าเราขาดตัวเคลือบผิว (occlusive) และไขมันที่ผิวต้องใช้ซ่อมแซมตัวเอง ลองมองหากลุ่มที่ช่วยสร้างฟิล์ม/เคลือบผิว (เช่นที่ Clarins Hydra-Essentiel มักสื่อสารเรื่องฟิล์มเคลือบผิว) แต่ถ้าเป็นคนเป็นสิวง่ายให้ค่อยๆ เทสต์ เพราะครีมที่เคลือบมากๆ บางทีอาจรู้สึกหนักหรืออุดตันได้ 3) วิธีทาที่ช่วยให้มอยส์ทำงานดีขึ้น (ทำแล้วต่างจริง) - ทาทันทีหลังล้างหน้า ตอนผิวยังหมาดนิดๆ จะช่วยกักน้ำได้ดีกว่า - เลเยอร์ง่ายๆ: น้ำตบ/เซรั่มเติมน้ำ → มอยส์เจอร์ไรเซอร์ → กันแดดตอนเช้า - กลางคืนถ้าหน้าแห้งมาก ให้ “เพิ่มปริมาณเฉพาะจุด” เช่นข้างจมูก มุมปาก แทนการโบกทั้งหน้า 4) เทสต์ยังไงให้รู้ว่าเหมาะกับเรา เราใช้กฎง่ายๆ 3 ข้อเวลาอ่าน/ทำรีวิวมอยส์เจอร์ไรเซอร์ - เช้า: ตื่นมาหน้ายังนุ่มไหม หรือแห้งตึง - ระหว่างวัน: หน้าหมอง/เป็นคราบเวลาแต่งหน้าหรือเปล่า - 7 วัน: ผิวสงบขึ้นไหม (แดงง่าย แสบง่าย ลดลงหรือไม่) 5) ถ้าผิวแพ้ง่าย ควรระวังอะไร ครีมที่เนื้อเข้มข้นมากหรือหนึบๆ (เช่นแนว Dr.G Black Snail Cream ที่ให้ฟีลเข้มข้นจากเมือกหอยทาก) บางคนชอบเพราะรู้สึกเคลือบดี แต่บางคนอาจไม่ถูกกับสัมผัส/ความหนึบ หรือเกิดเม็ดผดได้ แนะนำลองทีละตัวและเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน สุดท้าย สำหรับวัย 30+ เรารู้สึกว่า “มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ซ้ำแน่” มักไม่ใช่ตัวที่หนักที่สุด แต่เป็นตัวที่ทำให้ผิวสบายต่อเนื่องทั้งวัน + เกราะผิวแข็งแรงขึ้น ใครมีตัวโปรดแนว Tatcha Dewy Skin Cream, Curecode Double Barrier Cream หรือ Labatorian Oceans (หรือคนละแนวก็ได้) มาแลกรีวิวกันได้นะคะ