Automatically translated.View original post

Thai tea battle 🧋, who has gone on?

Reviews include Thai tea with no sponsorship 🧡

After turning into a full tea line, I rarely eat coffee. Green tea, milk tea, Thai tea is all love. I realized again that it was already addicted 😭. I lost my desire for coffee.

After tasting Thai tea throughout 2025, today it's time to review which of you think you've gone on and eaten again. Let's see 🙌🏻. If you give the order you like the least, it's probably like this:

1.Chatra Hand - Thai Latte Tea + Emerald Pearl

2. Good Brew - Co Brew (Thai + Southern Tea)

3 RiNn Thai Tea - London Vibe (Earl Grey Thai Tea)

4.Gaga - Thai Tea Rock Salt Mousse (topped)

5.Arigato - Thai Cocoa Tea

6.RiNn Thai Tea - Serene (Thai Tea)

6.Amazon - Milk Tea

7.Chatra Hand - Thai Original Tea

I will eat iced tea every day. 🥹 Not really crazy.

Anyone who has a delicious shop can recommend it. ✨

* Preference for taste is individual. This review is purely personal opinion and preference. If the opinions do not match, it is fine. Anyone's tongue is tongue. ☺️💓

# Drug sign with lemon8 # Welcome 2026 # Thai tea # Check in to eat # Delicious review

1/7 Edited to

... Read moreเผื่อใครเสิร์ชคำว่า chathai แล้วอยากได้ “ไกด์สั่ง” แบบอ่านจบแล้วเดินไปกดออเดอร์ได้เลย เรามาสรุปทริคเลือกชาไทยให้อร่อยถูกปาก (จากที่ลองวนๆ หลายแบรนด์ช่วงปี 2025-2026) ว่าควรดูอะไรบ้างค่ะ 1) เลือกสไตล์ชาไทยก่อน: เข้มชา vs นัวนม - ถ้าชอบเข้มๆ กลิ่นชาชัด แบบกินแล้วสะใจ: แนว “ชงร่วมชาไทย+ชาใต้” จะได้ความเข้มและกลิ่นคั่วที่หนักขึ้น (ฟีลที่เราชอบจากชงดีคือเข้มจริง) - ถ้าชอบนัว หอมมัน ดื่มง่าย: เลือก “ชาไทยลาเต้” จะบาลานซ์นมกับชา กลมกว่า และเหมาะกับการเพิ่มไข่มุก 2) ท็อปปิ้งที่ทำให้ชาไทยสนุกขึ้น (และช่วยแก้เลี่ยน) - ไข่มุกมรกต/ไข่มุกหยก: ให้ความหนึบและความหวานที่พอดี ถ้าสั่งชาไทยลาเต้แล้วอยากให้ครบเครื่อง แนะนำเริ่มที่สายนี้เลย - Rock salt mousse + เฉาก๊วย: จุดเด่นคือเค็มปะแล่มตัดหวาน ทำให้ชาไทยดูโตขึ้นและไม่เลี่ยน (เราชอบเวลาอยากเปลี่ยนจากชาไทยคลาสสิก) 3) ความหวาน/น้ำแข็งมีผลกับรสชาไทยมาก จากที่ลองมา ถ้าอยากรู้ “รสจริง” ของแต่ละร้าน แนะนำเริ่มที่ หวานน้อย และน้ำแข็งปกติ ก่อน เพราะบางร้านพอหวาน 100% แล้วกลิ่นชาจะถูกกลบ หรือพอน้ำแข็งเยอะไปจะจืดเร็ว ทำให้ความเข้มที่ควรได้หายไปค่ะ 4) ชาไทยขวด/พร้อมดื่ม เหมาะกับใคร? สายรีบๆ หรืออยากพกติดตู้เย็น เราว่าชาไทยแบบขวดที่ทำดีๆ (เช่นแนวชาไทยเอิร์ลเกรย์แบบ London Vibe หรือชาไทยเพียวอย่าง Serene) จะได้ความ “คงที่” คือรสไม่แกว่งเหมือนหน้าร้านบางวัน แต่ข้อควรระวังคือความหอมจะนุ่มกว่าแก้วชงสดนิดนึง 5) ถ้าเจอชาไทย “กลิ่นแปลก” หรือขมโดด ควรลองแก้ยังไงก่อนบอกลา บางทีปัญหาอาจมาจากการเลือกสูตร/ระดับหวาน ลองเปลี่ยนเป็น - เพิ่มความหวานขึ้น 1 ระดับ หรือเลือกเมนูที่เป็นลาเต้แทนเพียวชา - เปลี่ยนท็อปปิ้งเป็นเฉาก๊วยเพื่อช่วยตัดกลิ่นและเพิ่มเท็กซ์เจอร์ - ถ้ายังขมโดดมาก อาจเป็นสไตล์ชาที่ร้านตั้งใจทำ (เช่นชาโบราณบางเจ้า) ซึ่งก็แล้วแต่ลิ้นจริงๆ สุดท้าย ถ้าอยากเริ่มลอง chathai แบบปลอดภัยสำหรับมือใหม่ เราว่าเริ่มจาก “ชาไทยลาเต้ + ไข่มุก” ก่อน แล้วค่อยไต่ไปทาง “ชาเข้ม” หรือ “ร็อคซอลต์มูส” ตามแนวที่ชอบ จะสนุกกว่าและไม่พลาดง่ายค่ะ