พระอรหันต์รูปหนึ่งชื่อพระยาคุทายกเถระ ได้เล่าประวัติการสร้างบุญในอดีตชาติของท่านไว้ว่า ชาติหนึ่งท่านได้เกิดในประเทศที่มีพระพุทธศาสนา ครั้งหนึ่ง มีน้ำท่วมพระภิกษุที่อยู่ในวัดใกล้บ้านท่านออกบิณฑบาตไม่ได้

ท่านเล่าว่า "ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร รักษาธุดงค์ ยินดีในฌาน ชอบสงัด เป็นนักปราชญ์ ท่านเหล่านั้นผู้หลุดพ้นดีแล้ว (เป็นพระอรหันต์) ในเวลาที่แม่น้ำถูกกั้นด้วยน้ำ ท่านไปบิณฑบาตไม่ได้ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส เกิดปีติปราโมทย์ ประนมกรอัญชลี ถวายข้าวต้มที่เราต้มด้วยมือทั้งสองของตน"

เมื่อท่านตายจากชาตินั้นแล้วได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่านเล่าว่า " วิมานที่สำเร็จด้วยแก้วมณี ได้เกิดแก่เรา เราได้เป็นจอมเทพยดาเสวยราชสมบัติในเทวโลก 33 ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวยราชสมบัติใหญ่ 30 ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้"

ในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้าท่านได้มาเกิดโดยเล่าว่า "เมื่อถึงภพที่สุด เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิต ได้ละทิ้งสมบัติทุกอย่าง พร้อมกับผมที่ถูกโกน เราพิจารณาร่างกายโดยความสิ้นไปและความเสื่อมไป ก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ เพราะข้าวต้มนั้นนั่นเอง เราจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว (บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์)"

พระยาคุทายกเถระเล่าอีกว่า "เราไม่รู้สึกว่า ความโศก ความร่ำไร ความป่วยไข้ ความกระวนกระวาย ความเดือดร้อนใจเกิดขึ้นเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวต้ม เราได้ถวายข้าวต้มแก่สงฆ์ในบุญเขตอันยอดเยี่ยม ย่อมได้เสวยอานิสงส์ 5 คือเป็นผู้ไม่มีเจ็บป่วย เป็นผู้มีรูปงาม ตรัสรู้ธรรมได้เร็วพลัน ได้ภัตตาหารมาก และมีอายุยืน"

คำอธิบาย และแหล่งอ้างอิง

1. ประโยคที่ว่า "เสวยราชสมบัติในเทวโลก" หมายถึง เป็นราชาของเทวดาชั้นต่างๆ เช่น เป็นพระอินทร์ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, ประโยคที่ว่า "เป็นพระเจ้าประเทศราช" หมายถึง เป็นพระราชาที่เป็นเมืองขึ้น เช่น เป็นเมืองขึ้นของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นต้น

2. การได้ทำบุญกับคณะสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศนั้นได้บุญมากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าพระภิกษุในสงฆ์นั้นเป็นพระอรหันต์ก็ยิ่งได้บุญมาก แต่หากได้ทำบุญในยามวิกฤต เช่น ช่วงน้ำท่วม ผู้คนเดือดร้อนกันไปทั่ว อาหารขาดแคลน ข้าวยากหมากแพง ใครทำบุญช่วงลำบากอย่างนี้ยิ่งได้บุญมากเพราะทำได้ยาก

3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 72 หน้า 22 - 24

กราบขอบพระคุณและขอนุญาตินำข้อมูลมาเผยแพร่

Cr.เพจธรรมในพระไตรปิฏก

2025/11/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการถวายข้าวต้มแก่พระอรหันต์ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมตามประวัติที่เล่าจากพระยาคุทายกเถระ ถือเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างการเกิดน้ำท่วมที่ทำให้พระภิกษุไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ ในฐานะที่เป็นเนื้อนาบุญ การถวายอาหารในเวลาที่สงฆ์เดือดร้อนเช่นนี้ ได้อานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่กว่าในยามปกติ เนื่องจากต้องมีความเสียสละและศรัทธาอย่างแท้จริง ประโยชน์จากการถวายข้าวต้มตามคำบอกเล่าของพระยาคุทายกเถระ สะท้อนถึงผลบุญที่เชื่อมโยงกับสุขภาพและจิตใจ เช่น การไม่มีเจ็บป่วย รูปงาม และมีอายุที่ยืนยาว ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมที่เน้นการสร้างสมาธิและความเลื่อมใส การถวายอาหารแก่พระอรหันต์ที่เป็นผู้หลุดพ้น มีคุณค่าทางจิตใจและบุญมาก เป็นการปลูกฝังความเมตตาและความกตัญญูที่สำคัญในพุทธศาสนา ในแง่ของการศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถา การบรรลุธรรมและผลแห่งบุญที่เชื่อมโยงกับการถวายข้าวต้ม ยังเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างกรณีบุญในสถานการณ์ที่ผู้คนเดือดร้อน เพราะเป็นเวลาที่การทำบุญกลายเป็นเรื่องยากและต้องการความมุ่งมั่นสูง ความตั้งใจนี้จึงเพิ่มพูนบุญมากขึ้นตามหลักการของกุศลธรรม นอกจากนี้ การที่พระยาคุทายกเถระได้เกิดในเทวโลกและได้เป็นพระราชาหลายภพ ช่วยยืนยันถึงอานิสงส์แรงกล้าของการทำบุญที่แท้จริงและต่อเนื่องในอดีตชาติ สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างกรรมดีและผลลัพธ์ในภพต่อไปภายในหลักแห่งกฎแห่งกรรมของพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวของพระยาคุทายกเถระและการถวายข้าวต้มในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า คือแบบอย่างในการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนเห็นคุณค่าของการทำบุญในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่สังคมเผชิญความลำบาก เพื่อสร้างความสุขและความเจริญในชีวิตและจิตใจอย่างยั่งยืนตามแนวทางพระพุทธธรรม