ครั้งหนึ่ง มิคารเศรษฐีเข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล ขออนุญาตไปเมืองสาเกตเพื่อไปรับลูกสะใภ้ คือ นางวิสาขา พระราชาทรงดำริว่า "ตระกูลใหญ่นั่นเราขอพระเจ้าพิมพิสารมาจากแคว้นมคธแล้วให้อยู่ในเมืองสาเกต เราควรยกย่องตระกูลนั้น"แล้วรับสั่งว่า "แม้เราก็จักไป"
ธนญชัยเศรษฐีปรึกษานางวิสาขาว่า "ได้ยินว่า พ่อผัวของเจ้ามากับพระเจ้าโกศลเราควรจัดเรือนหลังไหน สำหรับพ่อผัวของเจ้าหลังไหนสำหรับพระราชาหลังไหนสำหรับอิสรชนมีอุปราชเป็นต้น"
นางวิสาขาเป็นคนฉลาดเฉียบแหลม นางจัดแจงว่า "จงจัดเรือนหลังโน้นเพื่อพ่อผัวของเราหลังโน้นเพื่อพระราชาหลังโน้นเพื่ออุปราช เป็นต้น" แล้วเรียกทาสและกรรมกรมาสั่งว่า "พวกท่านเท่านี้คนจงทำกิจที่ควรทำแก่พระราชาเท่านี้คนจงทำกิจที่ควรทำแก่อุปราชเป็นต้นพวกท่านจงดูแลแม้สัตว์พาหนะมีช้างและม้าเป็นต้นแม้คนผูกม้ามาถึงแล้วจักได้ชมมหรสพในงานมงคล"
เหตุที่นางจัดอย่างนั้นเพราะไม่ต้องการให้มีคนพูดว่า 'เราไปงานมงคลของนางวิสาขาแล้วไม่ได้อะไรเลยทำแต่งานเฝ้าม้าไม่ได้เที่ยวตามสบาย"
บิดาของนางวิสาขาเรียกช่างทองมา 500 คนแล้วกล่าวว่า "พวกท่านจงทำเครื่องประดับมหาลดาประสาธน์แก่ธิดาของเรา"เครื่องประดับนั้นทำด้วยทองคำ 1,000 ลิ่ม เพชร 4 ทะนาน แก้วมุกดา 11 ทะนานแก้วประพาฬ 20 ทะนานและแก้วมณี 33 ทะนาน
ในเครื่องประดับนั้นทำนกยูงตัวหนึ่งไว้ขนปีกขวาและซ้ายทำด้วยทอง ข้างละ 500 ขนจะงอยปากทำด้วยแก้วประพาฬนัยน์ตาทำด้วยแก้วมณีคอและหางก็เหมือนกันก้านขนทำด้วยเงินขาก็เหมือนกันนกยูงสถิตอยู่กลางกระหม่อมของนางวิสาขาปรากฏประหนึ่งนกยูงยืนรำแพนอยู่บนยอดเขาคนที่เข้าใกล้เท่านั้นจึงรู้ว่า นกยูงนั้นไม่ใช่นกยูงจริงเครื่องประดับนั้นมีราคา 9 โกฏิ
นางวิสาขาได้เครื่องประดับมหาลดาประสาธน์เพราะบุญที่นางได้ถวายจีวรไว้จำนวนมาก คือ ในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้านางถวายจีวรแก่พระภิกษุ 20,000 รูป ได้ถวายด้ายเข็ม และเครื่องย้อมจีวร
หญิงทั้งหลายที่ทำบุญจีวรไว้มากจะได้ม หาลดาประสาธน์ ส่วนบุรุษทั้งหลายที่ได้ทำบุญจีวรไว้ภพชาติสุดท้ายจะได้บาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบวชให้ คือ เมื่อสิ้นพุทธดำรัสว่า "เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด" บาตรก็จะเกิดขึ้นจีวรก็จะคลุมตัว ผมก็จะหายไป กลายเป็นพระภิกษุโดยอัตโนมัติด้วยบุญฤทธิ์
*พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 41 หน้า 73 - 115
กราบขอบพระคุณข้อมูลแหล่งที่มา:เพจธรรมะในพระไตรปิฎก โดยพระมหา สมคิด ชยาภิรโต















































