Automatically translated.View original post

Cleansing Oil vs. Cleansing Water✨💫

Which type of choice will be your skin?

🌿 Cleansing Oil

✔️ Wash the waterproof makeup out clean.

✔️ massage and pull dirt in the pores.

❌ If badly washed, it may be clogged.

❌ to Double Cleansing.

💧 Cleansing Water

✔️. It's convenient. You can wipe it.

✔️. Light and comfortable. Fits oily / sensitive skin.

❌ Wash makeup is not purely waterproof.

❌ Strong wipe = irritated skin

✅ Trick, choose to match the skin.

Heavy Makeup → Oil

Little Makeup / Chilly Day → Water

Acne Skin Easy → Use Primary Water + Oil Only Date Makeup Tight

💡 Tips Blogger: No matter what is used, "always wash off foam" for clean, clear skin. ✨

# Clean Water # Cleansing oil skin is acne # Cleansing facial cleansing # Clean Oil ♪ Pros and cons

2025/8/19 Edited to

... Read moreเมื่อเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์หรือคลีนซิ่งวอเตอร์ สิ่งที่สำคัญคือต้องปรับให้เข้ากับสภาพผิวและพฤติกรรมการแต่งหน้าของตัวเอง จากประสบการณ์ส่วนตัว คลีนซิ่งออยล์เหมาะกับคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้เมคอัพกันน้ำ เพราะช่วยละลายเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจดและลึกถึงรูขุมขน นวดเบาๆ จะช่วยดึงสิ่งสกปรกที่ตกค้างออกมาได้ดี แต่ข้อควรระวังคือถ้าไม่ล้างออกจนหมด อาจทำให้ผิวมันหรือเกิดการอุดตันได้ง่าย จึงควรใช้วิธี double cleansing หรือล้างโฟมตามทุกครั้งเพื่อความสะอาด ส่วนคลีนซิ่งวอเตอร์ เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวแพ้ง่าย เพราะใช้งานง่ายมาก เพียงเทใส่สำลีแล้วเช็ดออก เบาสบายผิว ไม่ต้องล้างน้ำเยอะ แต่ถ้าใช้คลีนซิ่งนี้อย่างเดียวล้างเมคอัพกันน้ำอาจไม่หมดจด จึงควรเลือกให้เหมาะกับปริมาณเมคอัพของแต่ละวัน เช่น วันที่แต่งหน้าบางๆ หรือวันชิลล์ จะใช้แค่คลีนซิ่งวอเตอร์ก็เพียงพอ แต่ถ้าเมคอัพหนาแน่น หรือเป็นวันต้องออกงาน ควรใช้คลีนซิ่งออยล์ช่วยก่อนแล้วเช็ดด้วยวอเตอร์อีกที นอกจากนี้ ควรล้างหน้าด้วยโฟมทุกครั้งหลังใช้คลีนซิ่ง เพื่อสร้างความสะอาดล้ำลึกและช่วยป้องกันการระคายเคืองจากการเช็ดหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์หลายขั้นตอน และหมั่นสังเกตผิวตัวเองว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อปรับเปลี่ยนการเลือกใช้คลีนซิ่งให้เหมาะสมมากขึ้น ยิ่งเข้าใจผิวตัวเองเท่าไรก็ยิ่งช่วยเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ และรักษาผิวให้อยู่ในสภาพที่ดีได้ยาวนานขึ้นค่ะ