พออยู่ในจุดที่รักตัวเองมากพอ, เราจะรู้ได้เลยว่าตัวเองมีความอดทนที่ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ความอดทนต่ำลงในที่นี้ คือการไม่ทนแล้วกับอะไรที่รู้สึกว่า toxic อะไรที่ทำร้ายจิตใจเราพร้อมโยนทิ้งหมด

คนที่ไม่ให้เห็นคุณค่าเราพร้อมตัดออกไปจากชีวิต แล้วก็พร้อมเดินออกมาจากจุดที่รู้สึกแย่แล้วไปหาจุดใหม่ที่รู้สึกดีมากกว่า

"​当处于足够爱自己的阶段时,我们会发现自己的耐心明显变低了。

​但这里所谓的“耐心变低”,是指不再去忍受任何让我们感到压抑(toxic)的事,任何伤害我们心灵的事,我们都准备好全部扔掉。

​那些不珍惜我们价值的人,我们也准备好从生活中切断,并且准备好离开让我们感觉糟糕的地方,去寻找更舒服的新起点。

#กูในวัย44 #เฉิงตู ##chengdu #ลุยจีนด้วยตัวเองตลอด

6/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่เราเริ่มรักตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือความอดทนต่อสิ่งที่เคยทนได้กลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากที่เคยพยายามอดทนและข่มขู่ตัวเองเพื่อให้ความสัมพันธ์หรือสถานการณ์นั้นดำเนินต่อไป กลับกลายเป็นว่าเราพร้อมจะปล่อยวางและเดินออกมาเมื่อพบว่ามีสิ่งใดที่เป็นพิษต่อใจเราจริงๆ สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นสัญญาณชัดเจนถึงการเติบโตของจิตใจและการเห็นคุณค่าตัวเองมากขึ้น เราจะไม่ยอมเสียเวลาและพลังงานไปกับผู้คนหรือสถานการณ์ที่ไม่มีความหมายหรือทำร้ายจิตใจเราอีกต่อไป ประสบการณ์ตรงของผมคือ เมื่อเราเริ่มรับรู้ถึงสิ่งที่ทำร้ายใจ มันเหมือนกับมี 'ไฟในใจ' ที่เตือนเราว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว ทั้งการตัดความสัมพันธ์ที่ toxic หรือแม้แต่การเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเพื่อค้นหาสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีและมีความสุขมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ผมอยากแชร์คือการให้เวลากับตัวเองเพื่อรักษาใจ อย่ากลัวที่จะรู้สึกว่าเราไม่มีความอดทนเหมือนเดิม เพราะจริงๆ แล้วมันคือสัญญาณว่าคุณกำลังรักและให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้น ควรเปิดใจกับโอกาสใหม่ๆ และไม่กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขกว่าเดิม บทเรียนสำคัญคือ การรักตัวเองไม่ใช่แค่การชอบอะไรหรือทำอะไร แต่คือการตั้งเกณฑ์ชีวิต เพื่อไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ดีหรือคนที่ไม่เห็นคุณค่ามาทำร้ายจิตใจเราอีกต่อไป แค่เริ่มต้นจากการตระหนักว่าเราไม่ได้มีหน้าที่ต้องทนทุกอย่าง แต่เรามีสิทธิ์ในการเลือกและปกป้องความสุขของตัวเองอย่างแท้จริง