กองทุนสงเคราะห์ “ลูกจ้าง” ✨

🔥 นายจ้างไม่ทำ มีความผิดทางกฎหมาย!

ระบบหลักประกันใหม่แรงงานไทย เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. นี้‼️‼️

"กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ที่จะช่วยให้ลูกจ้างมีเงินติดตัวเวลา

⚡️ ลาออก

⚡️ เกษียณ

⚡️ หรือ เสียชีวิต

.

👨‍⚖️ บังคับใช้กับใคร?

บริษัทที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป

เว้นเฉพาะบางอาชีพ เช่น งานบ้าน, ประมง, โรงเรียนเอกชน

.

📊 เก็บเงินยังไง?

ลูกจ้างจ่าย 0.25%

นายจ้างสมทบอีก 0.25%

คิดจาก “รายได้จริง” ไม่มีเพดาน

เงินเดือน 30,000 → หักเดือนละ 75 บาท

นายจ้างจ่ายเพิ่ม 75 บาท → เข้ากองทุนรวม 150 บาท

.

⚠️ ถ้านายจ้างไม่ทำ!

โทษ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ!

#Siamdigitalacc #Siaminteracc #Siamdigiconsult #ที่ปรึกษา #บัญชี

2025/8/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นระบบหลักประกันใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกจ้างในไทย โดยเฉพาะพนักงานในบริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งจะต้องมีการหักเงินสมทบเข้าสู่กองทุนดังกล่าวจากทั้งลูกจ้างและนายจ้างคนละ 0.25% ของรายได้จริงโดยไม่มีเพดานสูงสุด ซึ่งหมายความว่าเงินที่ถูกหักจะสัดส่วนสัมพันธ์กับระดับรายได้ของลูกจ้างโดยตรง การออกแบบกองทุนนี้เน้นการช่วยให้ลูกจ้างมีเงินสำรองสำหรับใช้ในกรณียุติสัญญาจ้างงาน เช่น กรณีลาออก เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต ซึ่งจะส่งเสริมสวัสดิการและความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวสำหรับแรงงาน และเป็นการลดภาระลูกจ้างเองในยามวิกฤติ นอกจากนี้ กฎหมายยังได้กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ โดยมีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อให้เกิดความเคร่งครัดและป้องกันการละเลยหน้าที่ของนายจ้าง อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มอาชีพบางส่วนที่ได้รับการยกเว้นจากการบังคับใช้กองทุน เช่น พนักงานทำงานบ้าน ประมง และโรงเรียนเอกชน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการจ้างงานและลักษณะเฉพาะของแต่ละอาชีพ สำหรับลูกจ้างที่มีเงินเดือน 30,000 บาท จะถูกหักเงินเพื่อกองทุนนี้เพียง 75 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างจะจ่ายสมทบเพิ่มอีก 75 บาท รวมเป็นเงินที่ส่งเข้ากองทุน 150 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนที่ถือว่าไม่หนักมากและสามารถบริหารได้สะดวกในงบประมาณของทั้งลูกจ้างและนายจ้าง กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบหลักประกันสังคมในประเทศไทย ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับแรงงานและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น รวมถึงช่วยสนับสนุนการมีเงินออมของแรงงานเพื่ออนาคตที่มั่นคงขึ้น