Automatically translated.View original post

Seat in the Seven Problems

One of the things that is universally famous in Thailand is the issue of safety.

But the context may be important.

When I bought seven warm rice, and there were two chairs to eat, both of which were empty, and I sat down.

After four or five minutes, another woman with an ice cream came to eat, and asked me in a trembling voice, and I knew that she had gathered enough courage before saying, "Sorry, is this yours?" "No, no one knows," I said.

After a few minutes, Chee was still walking around and waiting for free. The ice cream would start to melt. My heart wasn't calm. I felt guilty. People would sit and eat, but I couldn't sit, even though the chair designed to eat was empty. Hello!

I raised my hand, "I think sit down. He's been soaking for a long time. Sit down." "Thank you." And she sat down.

I'm not sure if I'm doing it properly. Is it too harsh?

# Trending # Thai society # Social issues # Thai people trust each other too # Eat

2/7 Edited to

... Read moreเรื่องการวางของจองที่นั่งในร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นเป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยในสังคมไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจและความไม่สะดวกในการใช้พื้นที่ร่วมกัน จากประสบการณ์ที่ผมเจอมานั้น เมื่อไปซื้อข้าวอุ่นที่เซเว่นและนั่งที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่ ก็พบว่ามีผู้ชายวางข้าวไว้บนโต๊ะแล้วหายไป ทำให้เก้าอี้ดูเหมือนถูกจองที่แล้ว ซึ่งทำให้คนอื่นที่อยากนั่งแทบจะไม่กล้านั่งเพราะกลัวเป็นการรบกวนหรือผิดมารยาท อย่างผู้หญิงคนนึงที่ถือไอติมมานั่งกินแต่ก็ลังเลจนต้องถามผมก่อน เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาที่ลึกซึ้งในหลายแง่มุม ทั้งเรื่องความรู้สึกผิดที่ไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุให้คนอื่นเดือดร้อน แม้ของที่วางไว้จะไม่มีเจ้าของชัดเจน หรือแม้แต่ความเกรงใจและการรอคอยที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ควรมี ผมเองก็มีความรู้สึกเหมือนมีหน้าที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์นี้ด้วยการบอกให้ผู้หญิงคนนั้นนั่งได้เลย เพราะรู้สึกว่าของที่วางไว้นานแล้วไม่น่าจะมีเจ้าของที่แท้จริง การตัดสินใจแบบนี้แม้บางครั้งจะรู้สึกว่าสังคมอาจมองว่ารุนแรงหรือไม่เหมาะสม แต่ก็เป็นการพยายามทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้นและเป็นการสนับสนุนวัฒนธรรมที่ให้เกียรติและแบ่งปันพื้นที่กันในการใช้ชีวิตร่วมกัน สำหรับใครที่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ผมแนะนำว่าอย่าลังเลที่จะสื่อสารด้วยท่าทางหรือคำพูดสุภาพ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจและลดความไม่สบายใจในการใช้พื้นที่สาธารณะ เพราะท้ายที่สุด วัฒนธรรมการแบ่งปันและความเข้าใจซึ่งกันและกันจะทำให้สังคมเราดีขึ้นและปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน การที่เราเปิดใจและลองทำสิ่งที่มองว่าถูกต้อง แม้ว่าสังคมจะมีปฏิกิริยาแตกต่าง ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ดีและเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการใช้ชีวิตเมืองใหญ่ที่ซับซ้อนเช่นนี้