GABRIELLE CHANEL BODY OIL
💌แบรนด์: CHANEL
💵 ราคา: 150ml 4,700฿
ยังไม่ค่อยเห็นใครรีวิว ส่วนตัวชอบกลิ่นอยู่แล้ว แต่อาจจะติเล็กน้อยเรื่องความทนของกลิ่น พอเป็นออยความรู้สึกส่วนตัวคือกลิ่นจางไวไปหน่อย แต่ก็ฉีดน้ำหอมทับได้ โดยรวมชอบค่าาาา
เผื่อใครกำลังหา body oil ไว้เลเยอร์กับน้ำหอม (สาย CHANEL โดยเฉพาะ) เราว่า “ออยล์ทาตัว” ช่วยให้กลิ่นนุ่มขึ้นและผิวดูโกลว์แบบผู้ดีมาก แต่ก็มีจุดที่ควรรู้ก่อนซื้อเหมือนกันค่ะ อย่าง CHANEL body oil กลิ่นจะออกแนวละมุน หรู คลีนๆ แบบฉีดแล้วดูแพงทันที จุดที่เราชอบคือทาแล้วผิวไม่แห้งเป็นขุย ผิวเงาสวย และพอขยับตัวจะได้กลิ่นลอยขึ้นมาเบาๆ เหมาะมากกับวันไปทำงาน/ออกงานที่อยากให้กลิ่น “ไม่ตะโกน” แต่ถ้าเทียบความติดทน กลุ่ม body oil มักจะอยู่ระดับกลางๆ (ขึ้นกับสภาพผิวและอากาศ) บนผิวเรา กลิ่นจะชัดช่วงแรก แล้วค่อยๆ เฟดเร็วกว่าน้ำหอม EDP เลยแนะนำให้ใช้แบบเลเยอร์จะคุ้มกว่า เช่น - ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาดๆ กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น - แต้มเฉพาะจุดที่ขับกลิ่นง่าย: ข้อพับแขน หลังหู ไหปลาร้า - ถ้าอยากให้ฟุ้งนาน ให้ฉีดน้ำหอมทับเบาๆ ที่เสื้อ/ผม (ไม่ต้องฉีดบนผิวเยอะ เพราะออยล์อาจทำให้กลิ่นน้ำหอมเพี้ยนได้ในบางคน) หลายคนเสิร์ชหา body oil coco mademoiselle หรือ huile pour le corps chanel เพราะอยากได้ฟีลกลิ่น CHANEL แบบนุ่มๆ สำหรับทาทั้งตัว เราว่าแนวคิดคือ “ใช้บอดี้ออยล์เป็นฐาน แล้วค่อยปิดด้วยน้ำหอมกลิ่นเดียวกันหรือโทนใกล้กัน” จะทำให้กลิ่นมีมิติและติดทนกว่าใช้เดี่ยวๆ ทริคเล็กๆ ที่เราลองแล้วเวิร์ก: ถ้ากังวลเรื่องความมัน ให้หยดออยล์นิดเดียววอร์มบนฝ่ามือก่อน แล้วค่อยกดๆ ลงผิวแทนการถูแรงๆ จะซึมสวยกว่าและไม่รู้สึกเหนอะ ส่วนคนผิวมัน/อยู่เมืองร้อน แนะนำทาช่วงเย็นหรืออยู่ห้องแอร์ จะฟินมากค่ะ สรุปสำหรับเรา ถ้าชอบกลิ่นแนว CHANEL อยู่แล้ว บอดี้ออยล์เป็นไอเท็มที่ช่วยเพิ่มความ “ละมุนและแพง” ให้รูทีนได้จริง แต่อย่าคาดหวังว่ากลิ่นจะทนเท่าน้ำหอม—ใช้คู่กันจะตอบโจทย์ที่สุดค่ะ

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕