ต่างหูหรือพระกุลฑลที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์
เอง
ต่างหูประดับด้วยเหรียญที่ระลึกของสมเด็จพระพันปีหลวง ล้อมรอบด้วยเพชรลายรูปทรง โดยลักษณะเป็นต่างหูห้อยทรงระย้าลงมา ประดับเหรียญทองคำที่ระลึกตรงกลาง ความพิเศษของเหรียญ
เป็นเหรียญทองคำที่ระลึกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมา ยุครบ 3 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จัดสร้างโดยกรมธนารักษ์ในปี พ.ศ. 2511 โดยเป็นเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล ลักษณะของเหรียญทำจากวัสดุเนื้อทองคำ มีน้ำหนัก 3.75 กรัม ขนาด 17 มิลลิเมตร โดย
เป็นเหรียญที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชนีพันปีหล วง พระราชทานแด่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ นางสนองพระโอสถ์ และผู้ที่ถวายงานใกล้ชิด โดยผู้ได้รับพระราชทานถ้าเป็นสตรี
มักจะนิยมไปทำจี้ห้อยคอ หรือเข็มกลัดสำหรับติดประดับ ส่วนข้าราชการบุรุษ
หรือทหารราชองค์รักษ์ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชท าน ส่วนมากมักจะนิยมนำไปทำเป็นหัวแหวนสำหรับสวมใส่ เป็นเกียรติยศสำหรับผู้ได้รับพระราชทานอีกด้วย
ต่างหูหรือพระกุลฑลที่ออกแบบโดยพระองค์หญิงสิริวัณณวรีนั้น มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้เหรียญทองคำที่ระลึกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมายุครบ 3 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถซึ่งจัดสร้างขึ้นโดยกรมธนารักษ์ในปี พ.ศ. 2511 มาเป็นส่วนประกอบหลัก เหรียญทองคำนี้มีน้ำหนัก 3.75 กรัม และเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 มิลลิเมตร ซึ่งทำจากวัสดุเนื้อทองคำแท้ จึงเป็นสัญลักษณ์ถึงความมงคลและเกียรติยศที่ได้รับพระราชทานแก่ข้าราชการและผู้ถวายงานใกล้ชิด พระกุลฑลชิ้นนี้ยังล้อมรอบด้วยเพชรลายรูปทรงสวยงามที่ช่วยเพิ่มความหรูหราและโดดเด่นให้กับต่างหูทรงระย้า ภายในวงการจิวเวลรี่ไทย การนำเหรียญที่ระลึกมาใช้เป็นเครื่องประดับถือเป็นการผสมผสานความหมายทางประวัติศาสตร์และศิลปะได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญทองคำนี้มีวิธีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย เช่น สตรีมักนิยมทำเป็นจี้ห้อยคอหรือเข็มกลัด ส่วนข้าราชการชายและทหารราชองค์รักษ์นิยมทำเป็นหัวแหวนเพื่อแสดงเกียรติยศส่วนตัว การเลือกนำเหรียญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์นี้มาออกแบบในรูปแบบต่างหูจึงไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง สะท้อนถึงความเคารพและการสืบสานพระราชประเพณีอันยิ่งใหญ่ในราชวงศ์ไทยอย่างแท้จริง การสวมใส่ต่างหูชนิดนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องแฟชั่น แต่เป็นการเชื่อมโยงถึงความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติและพระราชกรณียกิจอย่างมีค่าต่อผู้สวมใส่และผู้พบเห็นอย่างลึกซึ้ง
