วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร(หลวงพ่อทองคำ) เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งนับเป็นปีมหามงคลเนื่องในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี และยังถือเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประชาชนไทยและประชาชนจีนที่มีกันมาอย่างแน่นแฟ้นยาวนาน โดยได้เสด็จไปสักการะพระพุทธสัมฤทธิ์มหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์) จากนั้นได้เสด็จไปทรงจุดเทียนมหามงคลสีแดง 1 คู่ ที่หน้าพระพุทธรูปที่ทรงหล่ออุทิศถวายเป็นพุทธบูชา ณ หน้าพระอุโบสถ

จากนั้นเสด็จเข้าสู่พระอุโบสถ สักการะพระพุทธทศพลญาณ (หลวงพ่อโต) พระประธานประจำพระอุโบสถ และเสด็จไปยังหอพระบรมสารีริกธาตุ ทรงวางพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งทรงสักการะพระพุทธรูปฉลองพระชนมายุ 3 รอบ 36 พรรษา ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เอง โดยมีอาจารย์ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี เป็นผู้ร่วมออกแบบ ซึ่งได้มีพิธีพุทธาภิเษกเมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ณ พระอุโบสถวัดไตรมิตรวิทยาราม และได้ทรงถวายไปยังพระอารามสำคัญต่าง ๆ อาทิ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่, วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม และในกรุงเทพมหานครได้ถวายไว้ ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

โดยพระพุทธรูปดังกล่าวมีพุทธลักษณะเป็นปางสมาธิ ซึ่งเป็นปางประจำวันประสูติ สร้างสรรค์ด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม องค์พระประทับอยู่บนฐานบัวเหนือพระแท่นขาสิงห์ บริเวณผ้าทิพย์ประดับพระนามาภิไธยย่อ สร. ภายใต้พระจุลมงกุฎ ใต้ฐานรัตนบัลลังก์ขาสิงห์ประดับด้วยลวดลายเครือเถาดอกกุหลาบและรูปกระต่ายอันเป็นปีนักษัตรประจำปีประสูติ ตามความเชื่อทางคติจีน นับเป็นพุทธศิลป์ที่มีความสวยงามอ่อนช้อยและแฝงด้วยนัยอันงดงามครบถ้วนตามแบบการสร้างพระพุทธปฏิมาทุกประการ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะขอพรได้ทุกวัน ณ หอพระบรมสารีริกธาตุ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

ต่อจากนั้น ได้เสด็จไปยังมณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งสักการะพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ) แล้วจึงเสด็จไปทรงถวายเครื่องไทยธรรมแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) พร้อมทั้งทรงสนทนาธรรมก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

อนึ่ง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถือเป็นสถานที่สำคัญเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และคนไทยเชื้อสายจีนยังมีความเชื่อว่าพื้นที่บริเวณที่ตั้งของวัดเป็นจุด "หัวมังกร" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเยาวราช หรือถนนสายทองคำ ทั้งยังเป็นจุดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมักนิยมมากราบสักการะหลวงพ่อทองคำและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

2/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารเป็นสถานที่สำคัญสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้คนทั่วไปที่ต้องการมาขอพรและเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ด้วยความที่วัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือหลวงพ่อทองคำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความศักดิ์สิทธิ์ของวัดและพื้นที่โดยรอบยังมีความเชื่อว่าคือจุด "หัวมังกร" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเยาวราชหรือถนนสายทองคำ นับเป็นจุดที่มีความเชื่อมโยงทั้งด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์ส่วนตัวจากการเข้าร่วมงานในช่วงตรุษจีนที่วัดไตรมิตรพบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและความน่าเคารพ พระองค์หญิงสิริวัณณวรีผู้ทรงออกแบบพระพุทธรูปฉลองพระชนมายุ 36 พรรษา เป็นตัวแทนความผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและความเชื่อจีนอย่างสง่างาม การที่พระองค์ได้เสด็จมากราบสักการะเองยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นอกจากการสักการะหลวงพ่อทองคำแล้ว วัดยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธทศพลญาณหลวงพ่อโต พระพุทธสัมฤทธิ์มหาจักรพรรดิหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเปิดให้ประชาชนร่วมสักการะสืบสานศรัทธาพุทธศาสนาได้ทุกวัน การเข้าร่วมพิธีเจริญธรรมและจุดเทียนมหามงคลในวันสำคัญ ถือเป็นการสร้างความสงบใจและส่งเสริมความสุขทางจิตใจอย่างแท้จริง ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้ร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย-จีนเกิดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและส่งเสริมความเป็นไทยในวิถีพุทธศาสนาอีกด้วย