Automatically translated.View original post

One doctor's case posted discrimination.

In the case of a doctor, he posted, "Unfortunately, donations used to treat alcoholics and offers to give up free treatment for groups that do not love themselves."

1. May contravene Thailand's "medical code of conduct"

The medical code in Thailand is directed by the Medical Council of Thailand, which has many important principles.

(1) Main Non-discrimination (Non-discrimination)

Doctors must treat patients without discrimination from behavior, ethnicity, status or lifestyle.

Could be netted.

• Stigmatization

• Discrimination against patients by health behaviors

Which is contrary to the universal medical principle that

"All patients have the right to treatment."

(2) contrary to the humanitarian principle of the medical profession;

The medical code of conduct stipulates that doctors must

• Be merciful

• Mindful of patient benefits

• Not to cause the patient to be insulted or disgraced

Which is against professional ethics.

(3) The principle of treatment without neglecting the patient.

The universal core of medicine is

"Doctors should not refuse treatment to patients without medical reasons."

# Doctor # Medical ethics # Code of Conduct # Donate blood # Booze# Substance abuse # Health # Stopia # End discrimination # Siritonposh

3/11 Edited to

... Read moreจากกรณีที่หมอคนหนึ่งโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมติดเหล้าหรือสารเสพติด ซึ่งเสนอให้เลิกรักษาฟรีกลุ่มคนเหล่านี้ เนื้อหาดังกล่าวจึงนำมาซึ่งคำถามด้านจรรยาบรรณและความเป็นมนุษย์ในวิชาชีพแพทย์ได้อย่างชัดเจน ในฐานะคนที่เคยสัมผัสประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยด้วยปัญหาสุขภาพจากการดื่มเหล้าและสารเสพติด พบว่าการดูถูกหรือเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มนี้ทำให้พวกเขารู้สึกถูกตีตราและมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ จรรยาบรรณแพทย์ไทยตั้งอยู่บนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงความเมตตาและสิทธิของผู้ป่วยทุกคน ต้องยึดถือว่าผู้ป่วยไม่ว่าด้วยสาเหตุใดควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีข้อแม้ การสละสิทธิ์การรักษาแก่กลุ่มผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพจึงถือว่าขัดต่อหลักจริยธรรมขั้นพื้นฐาน และอาจทำให้เสียความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ การที่เลือดบริจาคถูกมองว่าไม่ควรใช้รักษากลุ่มผู้ติดเหล้า/ยา ก็สะท้อนถึงความเข้าใจที่อาจไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับการรับบริจาคเลือดและหลักการรักษาของแพทย์ ทีมแพทย์มักจะอิงตามเกณฑ์ทางการแพทย์และความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ไม่ใช่แค่พฤติกรรมของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว โดยประสบการณ์ส่วนตัวการให้การรักษาด้วยใจเมตตาและไม่เลือกปฏิบัติ สามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและฟื้นฟูสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น การส่งเสริมความเข้าใจและการไม่ตีตราจึงเป็นกุญแจสำคัญของการแพทย์ที่ยั่งยืน สุดท้ายนี้ ประเด็นนี้ยังเป็นการเตือนใจแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนในการดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม สร้างสังคมที่ไม่มองว่าการติดเหล้าหรือสารเสพติดเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยควรถูกทอดทิ้ง แต่ควรได้รับการเห็นใจและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ตามหลักการแพทย์และจรรยาบรรณที่เป็นมาตรฐานสากล